ต้นตุลาคมชมใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น|ฮอกไกโด โทโฮคุ คามิโคจิ หรือทาเตยามะ เลือกที่ไหนดี?

เที่ยวญี่ปุ่นช่วง 1–15 ตุลาคมควรไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ไหน? เปรียบเทียบไดเซ็ตสึซัง ฮักโกดะ ฮาจิมันไต คุริโคมะ คามิโคจิ และทาเตยามะ พร้อมเส้นทาง 4–5 วัน การเดินทาง สัมภาระ อากาศหนาว และ Plan B เมื่อใบไม้มาเร็วหรือช้า

ต้นตุลาคมชมใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น|ฮอกไกโด โทโฮคุ คามิโคจิ หรือทาเตยามะ เลือกที่ไหนดี?

คำตอบสั้น ๆ: ถ้าคุณไปญี่ปุ่นระหว่าง 1–15 ตุลาคม อย่าเลือกจุดชมใบไม้จากชื่อจังหวัดหรือภาพปีที่แล้ว ให้เลือกจาก วันที่จริง × ระดับความสูง × ความยืดหยุ่นของเส้นทาง แทน ช่วง 1–5 ตุลาคมให้เริ่มมองไดเซ็ตสึซังหรือพื้นที่สูงของทาเตยามะก่อน ช่วง 6–10 ตุลาคมฮักโกดะ ฮาจิมันไต คุริโคมะ และคามิโคจิเริ่มสมเหตุผลขึ้น ส่วน 11–15 ตุลาคมควรมีแผนลดระดับลง เช่น โซอุนเคียว โออิราเสะ หรือหุบเขาที่ต่ำกว่าในแนวเดินทางเดิม

ถ้าต้องเลือกเพียงหนึ่งเส้นทางสำหรับนักท่องเที่ยวไทย เราให้ อาซาฮิกาวะ + ไดเซ็ตสึซัง เป็นตัวเลือกที่ “ตรงฤดู” ที่สุดในช่วงต้นเดือน, อาโอโมริ + ฮักโกดะ/โออิราเสะ เหมาะกับคนที่ต้องการธรรมชาติแต่ไม่อยากเปลี่ยนโรงแรมทุกคืน, และ มัตสึโมโตะ + คามิโคจิ เหมาะกับคนที่อยากต่อโตเกียว/นาโกย่าได้ง่ายกว่า การพยายามเก็บฮอกไกโด โทโฮคุ และชูบุในทริปเดียวคือความผิดพลาดที่แพงที่สุด เพราะคุณเสียทั้งค่าเดินทางและวันที่ควรใช้เป็น Plan B

ตรวจสอบข้อมูลผันแปรล่าสุด: 27 สิงหาคม 2026 ช่วงพีกจริงของใบไม้ยังต้องเช็กใกล้วันเดินทาง เพราะอุณหภูมิ ลม หิมะแรก และฝนสามารถเลื่อนสีได้หลายวัน บทความนี้จึงใช้ “กรอบตัดสินใจ” ไม่ใช่คำรับประกันว่าจุดใดจะพีกในวันที่กำหนด

ตารางตัดสินใจ: ต้นตุลาคมควรเลือกเส้นไหน?

↔ เลื่อนตารางไปทางซ้ายหรือขวาได้

เส้นทาง

เหมาะกับวันที่

เลือกเมื่อ

อย่าเลือกเมื่อ

อาซาฮิกาวะ + อาซาฮิดาเกะ/โซอุนเคียว

1–10 ต.ค.

ใบไม้คือเป้าหมายหลักและรับอากาศภูเขาได้

มีเพียง 1 วันว่างและต้องบินออกซัปโปโรเช้าวันถัดไป

อาโอโมริ + ฮักโกดะ/โออิราเสะ

5–15 ต.ค.

อยากมีฐานเมืองเดียวและขยับระดับความสูงได้

ไม่พร้อมเช็กตารางรถ/สภาพลมก่อนออกทุกเช้า

มัตสึโมโตะ + คามิโคจิ

7–15 ต.ค. โดยประมาณ

อยากเดินง่าย วิวภูเขา และต่อโตเกียว/นาโกย่า

ต้องลากกระเป๋าใหญ่เข้าออกภูเขาในวันเดียว

ทาเตยามะ–คุโรเบะ

1–15 ต.ค. แต่ต้องเลือกโซนตามระดับ

รับการเปลี่ยนพาหนะหลายครั้งได้และอยากเห็นภูมิประเทศสูง

มีผู้สูงอายุที่เดินช้า กระเป๋าหนัก หรือมีเวลาน้อยกว่า 1 วันเต็ม

ValueNavi Verdict: ถ้ามีเวลาแค่ 4–5 วัน เลือก “หนึ่งแกน” เท่านั้น

ปัญหาของทริปใบไม้เปลี่ยนสีไม่ใช่จำนวนสถานที่ แต่คือ เวลาสำรอง ถ้าคุณย้ายจากฮอกไกโดไปโทโฮคุ แล้วต่อชูบุภายใน 5 วัน คุณอาจได้ชื่อสถานที่เยอะ แต่ไม่มีวันไหนเหลือสำหรับกรณีฝน ลมแรง หรือกระเช้าหยุด การมีฐานเมือง 2–3 คืนจึงมีมูลค่ามากกว่าการเพิ่มอีกหนึ่งจังหวัด

ใช้กฎง่าย ๆ นี้:

  • 4 วัน: ฐานเดียว + จุดสูง 1 วัน + จุดต่ำ/เมือง 1 วัน + วันสำรอง 1 วัน

  • 5 วัน: ฐานหลัก 3 คืน + ฐานรอง 1 คืนได้ แต่ควรอยู่ในแนวเดินทางเดียวกัน

  • 7 วันขึ้นไป: ค่อยพิจารณาเชื่อมสองภูมิภาค ถ้าการเดินทางระหว่างฐานไม่กินช่วงกลางวันมากเกินไป

1–5 ตุลาคม: ไดเซ็ตสึซังคือทางเลือกที่มีเหตุผลที่สุดเมื่อ “ยอมแพ้อากาศ” ได้

ต้นเดือนมาก ๆ พื้นที่สูงของไดเซ็ตสึซังมักมีโอกาสเข้าสู่ฤดูใบไม้ก่อนเมืองด้านล่าง จุดสำคัญคือคุณต้องวางแผนโดยยอมรับตั้งแต่แรกว่า วันภูเขาอาจถูกยกเลิก ไม่ใช่ซื้อทุกอย่างแบบคืนเงินไม่ได้แล้วบังคับตัวเองขึ้นเขา

อาซาฮิดาเกะ: เว็บไซต์ทางการของ Daisetsuzan Asahidake Ropeway ระบุค่าโดยสารช่วงพีก 1 มิ.ย.–31 ต.ค. สำหรับผู้ใหญ่/นักเรียนมัธยมขึ้นไปที่ ¥3,500 ไป–กลับ (ประมาณ ฿722) และใช้เวลาประมาณ 10 นาทีต่อเที่ยว ตารางวิ่งตั้งแต่ 1 มิ.ย.–20 ต.ค. โดยทั่วไปออกทุก 15 นาที แต่เวลาเปิดจริงเปลี่ยนตามช่วงวันที่ จึงควรเช็กปฏิทินของวันเดินทางอีกครั้งก่อนออกจากที่พัก

อัตราอ้างอิงสำหรับราคาไทย: ¥1 ≈ ฿0.206 ณ 27 สิงหาคม 2026; ราคาเยนจากผู้ให้บริการเป็นราคาหลัก ส่วนเงินบาทเป็นเพียงค่าประมาณเพื่อช่วยวางงบ

สิ่งที่ทำให้แผนอาซาฮิดาเกะล้มเหลวบ่อยคือพักซัปโปโรแล้วคิดว่าเป็น “เดย์ทริปง่าย ๆ” ความจริงคือคุณต้องต่อระยะทางจากซัปโปโรไปอาซาฮิกาวะ แล้วต่อเข้าสู่ภูเขาอีก ถ้าจุดประสงค์หลักคือใบไม้ เราให้คะแนนการพัก อาซาฮิกาวะ 2 คืน สูงกว่าพักซัปโปโรทั้งหมด เพราะคุณลดความเสี่ยงพลาดช่วงเช้าและมีทางหนีไปบิเอะ/ฮิงาชิคาวะเมื่อยอดเขาอากาศไม่ดี

เกณฑ์ตัดสินใจ: ขึ้นอาซาฮิดาเกะหรือยกเลิก?

↔ เลื่อนตารางไปทางซ้ายหรือขวาได้

เช้าเดินทาง

การตัดสินใจ

ทัศนวิสัยดี ลมปกติ กระเช้าวิ่ง

GO — ไปเช้าและเก็บเส้นเดินรอบ Sugatami เป็นแกนหลัก

เมฆต่ำ แต่มีกระเช้าและพยากรณ์เปิดช่วงสาย

CONDITIONAL GO — รออัปเดต 1 รอบก่อนเดินทางไกล

ลมแรง/มีประกาศหยุด/ทัศนวิสัยแทบศูนย์

NO-GO — เปลี่ยนเป็นบิเอะ อาซาฮิกาวะ หรือคาเฟ่/ออนเซ็นแทน

อาซาฮิดาเกะ vs โซอุนเคียว: อย่าพยายามเก็บสองฝั่งในวันเดียว

ทั้งสองอยู่ในระบบภูเขาเดียวกัน แต่เข้าคนละด้าน การมองแผนที่แล้วคิดว่า “อยู่ใกล้กัน” ทำให้เสียเวลาได้มาก อาซาฮิดาเกะเหมาะกับคนที่อยากได้วิวภูเขาเปิดและเดินรอบสถานีกระเช้า ส่วนโซอุนเคียว/คุโรดาเกะเหมาะกับคนที่อยากพักออนเซ็นและจัดวันภูเขาแยกจากวันหุบเขา

กฎตัดสิน: ถ้ามีเพียง 2 คืนในฮอกไกโดตอนกลาง ให้เลือกฝั่งเดียว ถ้ามี 3 คืนขึ้นไปจึงค่อยพิจารณาสลับฐาน โดยถามก่อนว่าการย้ายโรงแรมช่วยเพิ่ม “โอกาสเห็นใบไม้” จริงหรือแค่เพิ่มชื่อสถานที่ในตาราง

6–10 ตุลาคม: ฮักโกดะได้เปรียบเมื่ออยากใช้ “ระดับความสูง” เป็น Plan B

ฮักโกดะเหมาะกับทริปที่ตั้งฐานอาโอโมริ เพราะคุณสามารถตัดสินใจเช้าเดียวกันว่าจะขึ้นกระเช้าหรืออยู่พื้นที่ต่ำกว่า เว็บไซต์ทางการ Hakkoda Ropeway ระบุว่าช่วงมีนาคมถึงต้นพฤศจิกายน เที่ยวขึ้นแรกเริ่ม 09:00 และเที่ยวขึ้นสุดท้าย 16:20 โดยบริการอาจหยุดเมื่อมีลมแรงหรือสภาพอากาศรุนแรง และยังมีช่วงปิดซ่อมประจำปีในต้นพฤศจิกายน

ข้อมูลนี้เปลี่ยนวิธีวางแผน: อย่าใส่ร้านอาหารแบบจองเวลาแน่นหลังกลับจากฮักโกดะ และอย่าให้วันขึ้นกระเช้าเป็นวันเดียวกับการต่อรถไฟไกลในช่วงเย็น เพราะถ้าระบบหยุดหรือคุณลงช้ากว่าคาด ความผิดพลาดจะลามไปทั้งทริป

ถ้าฮักโกดะไม่เวิร์ก ให้ถอยลงทางไหน?

ฤดูใบไม้ร่วงที่เขตอาโอโมริและเส้นทางไม้บนเขาโมอิวะเป็นตัวแทนของคอริดอร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อย่าบินไปอีกภูมิภาคเพื่อไล่สี ให้ขยับระดับลงในเส้นทางเดิม เช่น อาโอโมริ → โออิราเสะ/ทะเลสาบโทวาดะ หรือเปลี่ยนเป็นกิจกรรมในเมือง นี่คือเหตุผลที่เราให้คะแนนฐานอาโอโมริสูงสำหรับคนที่ไม่ต้องการเช่ารถ: Plan B ไม่ได้ทำลายการจองโรงแรม

7–15 ตุลาคม: คามิโคจิเหมาะกับคนที่อยากได้ “ภูเขาแต่ไม่ต้องปีนจริงจัง”

คามิโคจิเป็นตัวเลือกที่ดีเมื่อคุณต้องการภูเขาแต่ไม่อยากวางแผนแบบปีนเขาเต็มรูปแบบ จุดสำคัญคือที่นี่เป็น car-less resort รถส่วนตัวไม่สามารถขับเข้าโดยตรง ต้องจอดฝั่ง Sawando หรือ Akandana แล้วต่อรถบัส/แท็กซี่ เว็บไซต์ทางการระบุช่วงการเข้าถึงหลักถึง 15 พฤศจิกายน และระบบขนส่งเหนืออุโมงค์ Kama จะหยุดในฤดูปิด

ดังนั้นสำหรับต้นตุลาคม ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่ “ปิดฤดูหรือยัง” แต่เป็น เวลาเดินทางเข้า–ออก + สภาพอากาศ + สัมภาระ ถ้าคุณมาจากโตเกียวพร้อมกระเป๋า 28–30 นิ้วแล้วพยายามเข้าไปเดินก่อนต่อทาคายามะในเย็นเดียว คุณกำลังใช้เวลาที่ควรเป็น buffer ไปกับการย้ายของ

พักค้างหรือเดย์ทริป?

  • เดย์ทริปเหมาะกว่า ถ้าคุณพักมัตสึโมโตะอยู่แล้ว เดินเบา และต้องการ Kappa Bridge–Taisho Pond แบบไม่เร่งเกินไป

  • พักค้างมีค่ากว่า ถ้าการถ่ายภาพเช้า/เย็นสำคัญ หรือคุณอยากลดความเสี่ยงจากการเดินทางหลายต่อ

  • ไม่ควรพักค้าง ถ้าราคาโรงแรมทำให้คุณต้องตัดคืนสำคัญในโตเกียว/เกียวโต และคุณไม่ได้ใช้ประโยชน์จากเช้าหรือเย็นในหุบเขา

ทาเตยามะ–คุโรเบะ: สวยมาก แต่ไม่ใช่ “เดย์ทริปเบา ๆ”

Alpine Route ทางการยืนยันฤดูกาล 2026 ตั้งแต่ 15 เมษายนถึง 30 พฤศจิกายน และเส้นทางหลักยาว 37.2 กม. โดยต้องเปลี่ยนพาหนะหลายรูปแบบ นี่คือจุดที่บทความทั่วไปมักทำให้คนประเมินต่ำเกินไป: เวลาไม่ได้เสียเฉพาะตอนนั่งรถ แต่เสียตอนต่อคิว เปลี่ยนสถานี เข้าห้องน้ำ กินข้าว และจัดการสัมภาระด้วย

เลือกทาเตยามะเมื่อ: คุณมีวันเต็ม, เริ่มเช้า, กระเป๋าเล็ก หรือจัดส่งกระเป๋าแยก และยอมให้ภูเขาเป็นกิจกรรมหลักของวันนั้น

อย่าเลือกทาเตยามะเมื่อ: คุณมีไฟลต์/ชินคันเซ็นสำคัญตอนเย็น, เดินทางกับผู้สูงอายุที่ต้องพักบ่อย, หรือคิดว่าจะ “แวะ 2–3 ชั่วโมงแล้วไปต่อ” โดยไม่คำนวณเวลาต่อพาหนะ

โมเดลต้นทุนจริง: อย่าดูแค่ค่าตั๋ว

สำหรับทริปใบไม้ ต้นทุนที่ทำให้แผนพังมี 4 อย่าง:

ฤดูใบไม้ร่วงในหุบเขาและเส้นทางเดินป่าในคามิโคจิ อธิบายความเสี่ยงของรอบสุดท้ายและที่พักในภาคกลางของเทือกเขา
  1. ค่าเดินทางย้อนทาง — เช่น พักซัปโปโรแต่ไปภูเขาไกลแล้วกลับทุกวัน

  2. ค่าโรงแรมคืนเดียวที่แพงขึ้น — บางครั้งคุ้มถ้าช่วยตัด 3–4 ชั่วโมงบนรถ แต่ไม่คุ้มถ้าเพียงเปลี่ยนวิวห้อง

  3. ค่าเสียโอกาสของวันอากาศดี — ถ้าคุณล็อกวันพิพิธภัณฑ์ไว้วันที่ฟ้าเปิด แล้วเหลือวันภูเขาตอนฝนตก นั่นคือต้นทุนจริง

  4. ค่าความเสี่ยงจากจองคืนเงินไม่ได้ — จุดภูเขาควรมีอย่างน้อยหนึ่งส่วนที่ยืดหยุ่นได้

เพราะฉะนั้น “ตั๋วถูกกว่า” ไม่ได้แปลว่า “ทริปถูกกว่า” หากต้องเสียครึ่งวันเพื่อย้อนกลับฐานเดิม

Failure modes: 6 วิธีที่ทริปต้นตุลาคมพังบ่อย

  • เชื่อวันพีกปีที่แล้วแบบวันต่อวัน: ใช้เป็นกรอบเท่านั้น ไม่ใช่สัญญาณซื้อโรงแรม non-refundable

  • ดูอุณหภูมิเมืองแทนอุณหภูมิภูเขา: อาซาฮิกาวะ มัตสึโมโตะ หรืออาโอโมริไม่ใช่ตัวแทนของยอดเขา

  • ใส่ 2 ภูเขาในวันเดียว: ถ้าจุดแรกมีดีเลย์ คุณจะเสียทั้งสองจุด

  • ลากกระเป๋าใหญ่ผ่านจุดเปลี่ยนพาหนะ: ส่งกระเป๋าหรือฝากที่ฐานก่อนจะคุ้มกว่า

  • ไม่มีแผนวันลมแรง: กระเช้าไม่ได้รับประกันว่าจะวิ่งเพราะคุณมีตั๋ว

  • จองร้าน/รถไฟปลายวันแน่นเกินไป: เผื่อ buffer หลังลงภูเขาอย่างน้อยหนึ่งช่วงการเดินทาง

แผน 5 วันที่เราเลือกให้แต่ละสไตล์

สายใบไม้จริงจัง: อาซาฮิกาวะ 3 คืน + โซอุนเคียว 1 คืน

วัน 1 เข้าอาซาฮิกาวะและพัก, วัน 2 อาซาฮิดาเกะถ้าอากาศดี, วัน 3 บิเอะ/ฮิงาชิคาวะหรือย้ายวันภูเขามาชดเชย, วัน 4 โซอุนเคียว, วัน 5 ออกไปสนามบิน/ซัปโปโร แบบนี้คุณมีวันสลับจริง ไม่ใช่ Plan B ที่เขียนไว้แต่ใช้ไม่ได้

ไม่เช่ารถ: อาโอโมริ 3 คืน + พื้นที่ทะเลสาบ 1 คืน

ใช้เมืองเป็นฐานแล้วตัดสินใจฮักโกดะจากลมและทัศนวิสัย ถ้าวันภูเขาไม่ดี ค่อยสลับพิพิธภัณฑ์/เมือง และเก็บโออิราเสะเมื่อสภาพเหมาะ จุดสำคัญคือต้องเช็กตารางรถบัสตามฤดูกาลก่อน ไม่ใช่ใช้เวลาจาก Google Maps อย่างเดียว

ต่อโตเกียวง่าย: มัตสึโมโตะ 2 คืน + คามิโคจิ 1 คืน + เมืองถัดไป

เหมาะกับคนที่ไม่ได้ต้องการ “ล่าใบไม้เร็วที่สุด” แต่ต้องการทริปที่เสถียรกว่า คุณสามารถพักมัตสึโมโตะก่อนหนึ่งคืน เช็กอากาศ แล้วค่อยเข้าเขา ถ้าฟ้าไม่ดีให้ใช้เมืองเป็น buffer แทนการเสียค่าที่พักภูเขาโดยไม่ได้วิว

ValueNavi Score: เลือกจากความเสี่ยง ไม่ใช่ความดัง

หิมะตกหนักในฮอกไกโด ดอกหญ้าและใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงต้นเดือนตุลาคม แสดงให้เห็นช่วงเวลาที่เหมาะสมและแผนสำรองในพื้นที่ต่ำ

↔ เลื่อนตารางไปทางซ้ายหรือขวาได้

ตัวเลือก

โอกาสตรงฤดูต้น ต.ค.

ความง่าย

Plan B

คะแนนรวม

อาซาฮิกาวะ + ไดเซ็ตสึซัง

5/5

3/5

4/5

12/15

อาโอโมริ + ฮักโกดะ

4/5

4/5

5/5

13/15

มัตสึโมโตะ + คามิโคจิ

3/5

4/5

5/5

12/15

ทาเตยามะ–คุโรเบะ

4/5

2/5

2/5

8/15

คะแนนนี้เป็นกรอบตัดสินใจของ ValueNavi ไม่ใช่คะแนนคุณภาพสถานที่ “ความง่าย” วัดความซับซ้อนด้านขนส่ง/สัมภาระ และ “Plan B” วัดว่าถ้าอากาศไม่ดีคุณเปลี่ยนวันได้ง่ายแค่ไหน

เช็กลิสต์ก่อนกดจอง

  • เลือกภูมิภาคหลักเพียงหนึ่งแนวสำหรับ 4–5 วัน

  • มีจุดสูงและจุดต่ำในแนวเดียวกันอย่างน้อยอย่างละหนึ่ง

  • ทำโรงแรมอย่างน้อยหนึ่งคืนให้ยกเลิก/ปรับได้ถ้าใบไม้คือเป้าหมายหลัก

  • เช็กสถานะกระเช้า/ถนน/รถบัสจากเว็บไซต์ทางการในเช้าวันเดินทาง

  • อย่าผูกวันภูเขากับไฟลต์หรือรถไฟสำคัญช่วงเย็น

  • ถ้ามีกระเป๋าใหญ่ ให้ตัดสินใจก่อนว่าจะฝาก ส่ง หรือย้ายฐาน ไม่ใช่แก้หน้างาน

สรุป: ต้นตุลาคมต้องซื้อ “ความยืดหยุ่น” มากกว่าซื้อจุดดัง

ถ้าเดินทาง 1–5 ตุลาคมและใบไม้เป็นเป้าหมายอันดับหนึ่ง ให้เริ่มจากไดเซ็ตสึซัง ถ้าเดินทาง 6–10 ตุลาคมและอยากมีฐานเมืองที่แก้เกมง่าย อาโอโมริ + ฮักโกดะเป็นตัวเลือกแข็งแรง ถ้าไป 7–15 ตุลาคมและต้องการต่อเส้นทางโตเกียว/นาโกย่า คามิโคจิใช้ง่ายกว่า ส่วนทาเตยามะเหมาะกับคนที่ยอมให้หนึ่งวันเต็มเป็นวันภูเขาโดยเฉพาะ

หลักเดียวที่สำคัญที่สุดคือ อย่าไล่ใบไม้ด้วยการย้ายภูมิภาคทุกวัน ให้ไล่ด้วยระดับความสูงภายในแนวเดินทางเดียวกัน แล้วเก็บวันฟ้าเปิดไว้ให้ภูเขา นี่คือวิธีลดทั้งค่าใช้จ่าย ความเหนื่อย และความเสี่ยงที่รูปปี 2026 จะไม่เหมือนภาพที่คุณเห็นตอนจอง

แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบข้อมูลผันแปร

อ่านต่อ

แผนเที่ยวญี่ปุ่นชมใบไม้เปลี่ยนสี 10 วัน

กลาง–ปลายตุลาคม: โทโฮคุ นิกโก้ หรือชูบุ

แต่งตัวเที่ยวญี่ปุ่นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีและรับมือหิมะแรก

วางแผนต่อได้จากคู่มือเหล่านี้: คามิโคจิใบไม้เปลี่ยนสี 2026|เลือก Taisho Pond, Kappa Bridge หรือ Myojin จากเวลารถกลับ · ชมใบไม้เปลี่ยนสีครั้งแรกในญี่ปุ่น ไปที่ไหนดี?|เลือกฮอกไกโด โทโฮคุ โตเกียว เกียวโต หรือคิวชูตามช่วงเดินทาง · เที่ยวญี่ปุ่นชมใบไม้เปลี่ยนสี 7 วัน|ฮอกไกโด โทโฮคุ โตเกียว เกียวโต หรือคิวชู?ใบไม้เปลี่ยนสีนารา 1 วัน|Nara Park, Tanzan Jinja หรือ Hasedera เลือกที่ไหนดี?

วางแผนต่อได้จากคู่มือเหล่านี้: คาดการณ์และกำหนดการใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่นปี 2026|เดือนกันยายนถึงธันวาคม แผนภูมิพื้นที่ การเดินทาง และที่พัก · ธันวาคมยังชมใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่นได้ไหม?|โตเกียว เกียวโต นารา หรือคิวชู เลือกอย่างไรโรงแรมเกียวโตช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเต็มแล้ว พักที่ไหนดี?|ยามาชินะ โอทสึ อุจิ นารา หรือโอซาก้า

วางแผนต่อได้จากคู่มือเหล่านี้: ใบไม้เปลี่ยนสีโอซาก้า 2026|มิโนะ vs ปราสาทโอซาก้า vs Expo ’70 Park เลือกที่ไหนตามเวลาและอากาศ · เที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นกับผู้สูงอายุ|เดินน้อย วางแผนง่าย และเลือกที่พักอย่างไรเวลาและเส้นทางชมใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่นตอนกลาง|เทียนซาน คามาคุระ คาวาโกเอะ ไปจนถึงนาโกย่า

อ่านเพิ่มเติม

↑ กลับขึ้นด้านบน