เที่ยว Beppu Jigoku 2 วัน 1 คืน|7 บ่อนรก ตั๋วรวม และพักสถานีเบปปุหรือคันนาวะ?

เที่ยวบ่อนรกเบปปุ 2 วัน 1 คืนควรจัดอย่างไร? แบ่ง 7 Jigoku เป็นคันนาวะ 5 แห่ง + ชิโนอิเกะ/ทัตสึมากิ เทียบตั๋วรวม ¥2,400 กับตั๋วเดี่ยว พักสถานีเบปปุ vs คันนาวะ พร้อมรถบัส กระเป๋า และเวลาแช่ออนเซ็น

Beppu Hells 2-day itinerary for Jigoku Meguri, Kannawa transport and onsen planning

ถ้ามีเวลา 2 วัน 1 คืนที่เบปปุ อย่าจัด Beppu Jigoku (べっぷ地獄めぐり) เป็น “7 จุดที่ต้องรีบเช็กให้ครบ” วิธีที่ใช้เวลาคุ้มกว่าคือแบ่งเป็น คันนาวะ (Kannawa) 5 แห่ง กับ ชิโนอิเกะ จิโกกุ + ทัตสึมากิ จิโกกุ 2 แห่ง ซึ่งอยู่ห่างจากกลุ่มแรกประมาณ 3 กม. แล้วใช้เวลาที่เหลือกับการแช่ออนเซ็นจริง อาหาร และการพักผ่อน ถ้ามีเพียง 4 จุดที่อยากเข้า ตั๋วเดี่ยวปัจจุบันยังถูกกว่า; ตั้งแต่จุดที่ 5 ขึ้นไป ตั๋วรวมเริ่มมีเหตุผลทางราคา และตั๋วรวมยังใช้ได้สองวัน จึงเข้ากับทริป 2 วัน 1 คืนพอดี

ValueNavi verdict: มาถึงบ่าย + มี JR ต่อวันรุ่งขึ้น + กระเป๋าใหญ่ → พักใกล้สถานีเบปปุ แล้วเที่ยวคันนาวะใน Day 1, ชิโนอิเกะ/ทัตสึมากิใน Day 2. ถ้าเหตุผลหลักที่มาเบปปุคือบรรยากาศเมืองไอน้ำ เรียวกัง อาหารเย็น และออนเซ็นยามค่ำ → พักคันนาวะ จะให้ประสบการณ์ต่อเนื่องกว่า แต่ไม่เหมาะกับคนที่ต้องขึ้นรถไฟเช้ามากในวันถัดไป

ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด 25 สิงหาคม 2026: เว็บไซต์ทางการระบุว่าบ่อนรกทั้ง 7 เปิด 8:00–17:00 ทุกวัน ตั๋วเดี่ยวผู้ใหญ่ ¥500 / เด็กประถม–มัธยมต้น ¥250 และตั๋วรวม 7 แห่งผู้ใหญ่ ¥2,400 / เด็ก ¥1,200 ตั๋วรวมใช้ได้ตั้งแต่วันที่ซื้อจนถึงวันถัดไป และเข้าแต่ละบ่อได้หนึ่งครั้ง ข้อมูลรถบัส ราคา และนโยบายโรงแรมควรตรวจใหม่ตามวันที่เดินทางจริง

ตัดสินใจใน 30 วินาที: 2 วันควรแบ่งอย่างไร?

↔ เลื่อนตารางไปทางซ้ายหรือขวาได้

สถานการณ์

แผนที่เหมาะกว่า

เหตุผล

ถึงเบปปุก่อน 13:00

Day 1 คันนาวะ 5 แห่ง → Day 2 ชิโนอิเกะ + ทัตสึมากิ

มีเวลาพอสำหรับกลุ่มเดินเท้า โดยไม่ต้องย้ายโซนกลับไปกลับมา

ถึงประมาณ 14:00–15:30

เลือก 3–5 จุดในคันนาวะตามความสนใจ → เก็บอีกโซนไว้เช้าวันถัดไป

ยังรักษาเวลาออนเซ็นและอาหารเย็นได้

ถึงหลัง 16:00

ไม่ควรเริ่ม “ทัวร์ 7 บ่อ”

สถานที่ปิด 17:00; ฝากกระเป๋า กินข้าว แช่ออนเซ็น แล้วเริ่มเช้าวันถัดไปดีกว่า

ต้องออกจากเบปปุก่อนเที่ยง Day 2

Day 1 เน้นจุดสำคัญ 4–5 แห่ง; Day 2 เลือกเพียงโซนสั้นที่มี buffer

อย่าให้เวลารถบัส/ไกเซอร์ชนกับ JR หรือไฟลต์ต่อ

7 บ่อนรกไม่ได้อยู่ติดกันทั้งหมด: จำ “5 + 2” แทน “1 ถึง 7”

ทางการระบุชัดว่าบ่อนรกอยู่สองพื้นที่ กลุ่มคันนาวะ 5 แห่งอยู่ในระยะที่เดินเชื่อมกันได้ ได้แก่ อุมิ จิโกกุ (海地獄), โอนิอิชิโบซุ จิโกกุ (鬼石坊主地獄), คามาโดะ จิโกกุ (かまど地獄), โอนิยามะ จิโกกุ (鬼山地獄) และชิราอิเกะ จิโกกุ (白池地獄) ส่วน ชิโนอิเกะ จิโกกุ (血の池地獄) กับ ทัตสึมากิ จิโกกุ (龍巻地獄) อยู่อีกกลุ่มหนึ่ง ห่างประมาณ 3 กม.

สามกิโลเมตรฟังดูเดินได้ แต่ในทริปจริงคุณมีทางลาด ความร้อน/ฝน เวลาเปิด 8:00–17:00 และต้องยืนเดินในแต่ละจุดอยู่แล้ว จึงควรใช้รถบัสหรือรถระหว่างสองโซนตามคำแนะนำทางการ การพยายามเดินข้ามเพื่อ “ประหยัดหนึ่งเที่ยวรถ” มักประหยัดเงินน้อยกว่าพลังและเวลาที่เสีย

ฐานที่พักใกล้สถานีเบปปุสำหรับทริป Beppu Jigoku 2 วัน 1 คืน

ตั๋วรวม ¥2,400 คุ้มเมื่อไร? จุดคุ้มทุนจริงอยู่ที่ “5 บ่อ”

ราคาทางการปัจจุบันทำให้ตัดสินใจง่ายกว่าคำว่า “ตั๋วรวมคุ้มแน่นอน”:

↔ เลื่อนตารางไปทางซ้ายหรือขวาได้

จำนวนที่ตั้งใจเข้า

ผู้ใหญ่ ซื้อเดี่ยว

เทียบตั๋วรวม ¥2,400

3 แห่ง

¥1,500

ซื้อเดี่ยวประหยัด ¥900

4 แห่ง

¥2,000

ซื้อเดี่ยวประหยัด ¥400

5 แห่ง

¥2,500

ตั๋วรวมเริ่มถูกกว่า ¥100

7 แห่ง

¥3,500

ตั๋วรวมประหยัด ¥1,100

ข้อได้เปรียบอีกชั้นของตั๋วรวมคือ มีอายุสองวัน: วันที่ซื้อและวันถัดไป ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรีบใช้ให้หมดภายในวันเดียว นี่เป็นเหตุผลที่ทริป 2 วัน 1 คืนเหมาะกับตั๋วรวมมากกว่าการวิ่ง 7 บ่อรวดเดียว แต่ถ้าคุณสนใจจริงเพียง Umi, Chinoike, Tatsumaki และอีกหนึ่งจุด การซื้อเดี่ยวยังสมเหตุสมผลกว่า อย่าให้ sunk cost บังคับให้เสียเวลาออนเซ็นหรือมื้อเย็นเพื่อ “ใช้ตั๋วให้ครบ”

ถ้าไม่อยากดูครบ 7 แห่ง: เลือกจาก “สิ่งที่ต่างกันจริง”

↔ เลื่อนตารางไปทางซ้ายหรือขวาได้

Jigoku

จุดต่างที่ชัด

ควรให้ความสำคัญเมื่อ

Umi Jigoku

บ่อสีโคบอลต์ อุณหภูมิแหล่งน้ำประมาณ 98°C และเป็นหนึ่งใน 4 จุดที่เป็น National Site of Scenic Beauty

ไปครั้งแรกและอยากได้ภาพที่จำง่ายที่สุด

Oniishibozu Jigoku

โคลนสีเทาเดือดเป็นฟองคล้ายศีรษะพระ; มี footbath

อยากเห็น “รูปแบบของ地獄” ที่ไม่ใช่บ่อน้ำสี

Kamado Jigoku

หลายบ่อ หลายสี มีจุดทดลอง/ประสบการณ์และ footbath

มากับครอบครัวหรือชอบจุดที่มีกิจกรรมมากกว่าแค่ถ่ายรูป

Oniyama Jigoku

เรียกอีกชื่อว่า Wani Jigoku เพราะเลี้ยงจระเข้ด้วยความร้อนจากออนเซ็น

เด็กหรือคนในกลุ่มสนใจจระเข้; ถ้าไม่สนใจสัตว์ จุดนี้ตัดได้ง่าย

Shiraike Jigoku

น้ำเปลี่ยนเป็นสีฟ้าขาว และมีปลาเขตร้อน; เป็น National Site of Scenic Beauty

อยากเก็บ 4 จุดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนทิวทัศน์

Chinoike Jigoku

บ่อโคลนสีแดงจากองค์ประกอบในดิน; เป็น National Site of Scenic Beauty และมี footbath

อยากเห็นสีที่ต่างจาก Umi อย่างชัดเจน

Tatsumaki Jigoku

ไกเซอร์พ่นน้ำร้อนเป็นช่วง ๆ; ข้อมูลทางการโออิตะระบุรอบโดยทั่วไปประมาณ 30–40 นาที

ยอมเผื่อเวลารอ และต้องการเห็นปรากฏการณ์ที่ต่างจากบ่อนิ่ง

ชุด 3 จุดสำหรับคนมีเวลาน้อย: Umi + Chinoike + Tatsumaki ให้ความต่างด้านสีและรูปแบบชัดที่สุด แต่มีต้นทุนคือ Umi อยู่คันนาวะ ขณะที่อีกสองอยู่คนละโซน ถ้าคุณมีเวลาแค่ครึ่งวันและไม่อยากเสียเวลาย้ายโซน ให้เลือก Umi + Oniishibozu + Kamado/ Shiraike ในคันนาวะแทน ประสบการณ์อาจไม่ “ครบชื่อดัง” แต่ logistics ดีกว่า

Day 1|มาถึงบ่าย: ฝากกระเป๋าก่อน แล้วค่อยขึ้นคันนาวะ

สำหรับคนเดินทางจากฟุกุโอกะ ยูฟุอิน หรือเมืองอื่นในคิวชู ปัญหาจริงของ Day 1 มักไม่ใช่ “รถบัสสายไหน” แต่คือกระเป๋า 24–28 นิ้ว ถ้าพักใกล้สถานีเบปปุ ให้เช็กอินหรือฝากกระเป๋าก่อน แล้วถือเพียง day bag ขึ้นรถบัสไปคันนาวะ การลากกระเป๋าผ่านทางลาดและหลายจุดตรวจตั๋วไม่ได้เพิ่มคุณค่าให้ทริป

ข้อมูลท่องเที่ยวโออิตะระบุว่าจาก JR Beppu Station ไป Umi Jigoku / Kannawa โดยรถบัสใช้เวลาราว 20 นาทีในสภาวะปกติ แต่วันจริงต้องเผื่อรถติดและเวลารอ ถ้ามาถึงประมาณ 15:00 อย่าตั้งเป้าว่าจะเข้าทั้ง 5 จุดแบบเท่ากัน ให้เลือก Umi ก่อน แล้วเพิ่มจุดใกล้เคียงตามเวลาที่เหลือ เพราะประตูปิด 17:00

หลังจบ Jigoku ให้กลับไปทำสิ่งที่ “เบปปุแทนเมืองอื่นไม่ได้” อีกอย่างหนึ่งคือแช่ออนเซ็น กินอาหารเย็น หรือเดินในย่านไอน้ำ ไม่ควรจบวันด้วยการมองแหล่งน้ำร้อน 5 แห่งแต่ตัวเองไม่ได้พักในน้ำร้อนเลย

Day 2|Chinoike + Tatsumaki: ให้เวลาไกเซอร์เป็นตัวกำหนดลำดับ

ชิโนอิเกะกับทัตสึมากิอยู่ใกล้กัน จึงเหมาะจัดเป็นคู่ แต่ Tatsumaki เป็นไกเซอร์ ไม่ใช่บ่อที่ “เดินเข้าไปแล้วเห็นไฮไลต์ทันที” ข้อมูลทางการโออิตะระบุว่าพ่นเป็นช่วงประมาณ 30–40 นาที วิธีลดเวลารอคือ ถามรอบถัดไปเมื่อถึงโซน แล้วสลับ Chinoike ก่อนหรือหลังตามเวลา แทนการยึดลำดับจากแผนที่

ถ้าจะเดินทางต่อหลังเที่ยง ให้เริ่มจากเวลารถไฟ/รถบัสที่ออกจากเบปปุแล้วถอยกลับมา อย่าวาง “Tatsumaki → Chinoike → มื้อกลางวัน → รับกระเป๋า → ช้อปสถานี” ชิดกันทุกขั้น เพราะรอบไกเซอร์กับรถบัสเป็นสองตัวแปรที่คุณควบคุมไม่ได้ทั้งหมด

พักสถานีเบปปุ vs คันนาวะ: เลือกจาก “เช้าวันถัดไป” มากกว่าภาพโรงแรม

↔ เลื่อนตารางไปทางซ้ายหรือขวาได้

เงื่อนไข

พักสถานีเบปปุ

พักคันนาวะ

กระเป๋าใหญ่ / ต่อ JR เช้า

ได้เปรียบชัด

ต้องเผื่อรถลงสถานี

มาถึงค่ำ

ง่ายกว่า

ย้ายต่ออีกช่วงหลังเดินทางไกล

อยากเดินเมืองไอน้ำหลังนักท่องเที่ยวกลางวันลด

ต้องเดินทางกลับขึ้นไป

ได้เปรียบ

เรียวกัง + อาหารเย็น + private bath คือแกนทริป

ตัวเลือกมี แต่บริบทน้อยกว่า

เหมาะกว่า

ทริป 1 คืนแล้วไปเมืองอื่นต่อ

friction ต่ำกว่า

คุ้มก็ต่อเมื่อใช้ประสบการณ์คันนาวะจริง

ตัวอย่างฝั่งสถานี: Beppu Hatto Onyado Nono Beppu

โรงแรมกลุ่มนี้เหมาะกับคนที่ต้องการตัด “สถานี ↔ กระเป๋า ↔ โรงแรม” ออกจากปัญหา แล้วค่อยใช้รถบัสเที่ยว Jigoku แบบ day bag จุดตัดสินใจไม่ใช่ชื่อโรงแรมหรูแค่ไหน แต่คือคุณจะใช้ JR เช้าไหม ต้องลากกระเป๋าไหม และมีออนเซ็นในที่พักช่วยให้ไม่ต้องย้ายอีกครั้งตอนกลางคืนหรือไม่ กฎเรื่องรอยสัก เด็ก อาหารเช้า และ private bath ต้องเช็กตามแผนที่จองจริง

ห้องพักใกล้สถานีเบปปุที่มีพื้นที่สำหรับกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่
บ่อออนเซ็นของ Beppu Hatto Onyado Nono Beppu ตัวอย่างโรงแรมฐานใกล้สถานี

เช็กราคาห้อง Beppu Hatto Onyado Nono Beppu ตามวันที่เข้าพัก|Booking.com

เทียบประเภทห้องและเงื่อนไขในวันเดียวกัน|Trip.com

ตัวอย่างฝั่งคันนาวะ: Sanso Kannawaen

Sanso Kannawaen (山荘 神和苑) เป็นตัวอย่างของการเลือก “ย่าน” ก่อนเลือกโรงแรม: คุณจ่ายเพื่อให้อยู่ในบริบทคันนาวะ ใกล้กลุ่ม Jigoku หลักและได้ต่อบรรยากาศออนเซ็นเข้ากับช่วงเย็น แต่ถ้าวันถัดไปต้องขึ้น JR 7–8 โมงเช้า ข้อได้เปรียบตอนกลางคืนอาจถูกหักล้างด้วยการย้ายลงสถานีเช้า ๆ ก่อนจองให้ดูเวลาอาหารเย็น วิธีเดินทาง และประเภทอ่างอาบน้ำของห้อง/แผนที่เลือกจริง

เทียบต่อ: ควรพักเบปปุหรือยูฟุอิน?

Jigoku ไม่ใช่ออนเซ็นสำหรับลงแช่: อย่าทำทริปเบปปุโดยไม่ได้แช่น้ำจริง

เว็บไซต์ทางการอธิบาย Beppu Jigoku ว่าเป็นแหล่งน้ำพุร้อนอุณหภูมิใกล้ 100°C สำหรับการชม ไม่ใช่อ่างอาบน้ำ อย่างไรก็ตาม Umi, Chinoike, Kamado และ Oniishibozu มี footbath สำหรับผู้เข้าชมโดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม และ Oniishibozu ยังมี Oniishi no Yu ซึ่งเป็นสถานที่อาบน้ำแยกที่เสียค่าใช้จ่าย

เพราะฉะนั้น “ดู Jigoku” กับ “แช่ออนเซ็น” เป็นคนละกิจกรรม ถ้าเหตุผลที่เลือกเบปปุแทนเมืองอื่นคือออนเซ็น ให้กันเวลาอย่างน้อยหนึ่งช่วงสำหรับการแช่จริง ไม่ควรใช้สองวันไล่ดูบ่อน้ำร้อนจนหมดแรงแล้วตัดกิจกรรมที่ตัวเองอยากทำที่สุด

ไม่มีรถก็เที่ยวได้: แต่รถบัสต้องถูกนับเป็นเวลา ไม่ใช่ช่องว่าง

จากข้อมูลทางการ กลุ่มคันนาวะเดินเชื่อมกันได้ ส่วนการข้ามไป Chinoike/Tatsumaki ควรใช้รถหรือรถบัส จาก JR Kamegawa Station ไปป้าย Chinoike Jigoku-mae ใช้รถบัสสาย 26 ประมาณ 7 นาทีตามข้อมูลปัจจุบัน; จาก Beppu Station ไปฝั่งนี้ทางการระบุประมาณ 40 นาทีในสภาวะปกติ ดังนั้นถ้าคุณต้องออกเมืองเร็ว Day 2 การนั่ง JR ไป Kamegawa แล้วต่อรถอาจเป็นอีกโครงสร้างหนึ่งที่ควรตรวจตารางจริงเทียบกับรถตรงจากเบปปุ

เช่ารถมีประโยชน์เมื่อเบปปุเป็นส่วนหนึ่งของ road trip คิวชูอยู่แล้ว แต่สำหรับ 1 คืนที่มาถึงด้วย JR แล้วเดินทางต่อด้วย JR การรับรถ จอดรถ และคืนรถอาจสร้าง friction มากกว่าที่ลดได้ ทุก Jigoku มีที่จอดรถตามข้อมูลทางการ แต่ “มีที่จอด” ไม่ได้แปลว่าคุณจำเป็นต้องเช่ารถเพื่อเที่ยวเจ็ดจุดนี้

5 failure modes ที่ทำให้ทริป 2 วันเหนื่อยโดยไม่จำเป็น

  1. ซื้อ ¥2,400 ก่อนรู้ว่าจะเข้าเกิน 4 แห่งหรือไม่: ถ้าเข้าแค่ 3–4 จุด ตั๋วเดี่ยวยังถูกกว่า

  2. คิดว่าตั๋วรวมต้องใช้ให้หมดในวันเดียว: ปัจจุบันใช้ได้วันที่ซื้อและวันถัดไป จึงไม่มีเหตุผลต้องรีบ

  3. ลากกระเป๋าใหญ่ขึ้นคันนาวะเพราะยังเช็กอินไม่ได้: ใช้บริการฝากกระเป๋าโรงแรม/สถานีตามเงื่อนไขจริงก่อน

  4. วาง Tatsumaki ก่อนรถไฟออกแบบไม่มี buffer: ไกเซอร์มีรอบรอ จึงไม่ควรเป็นกิจกรรมสุดท้ายก่อน connection สำคัญ

  5. ดูน้ำร้อนเจ็ดแห่งแต่ตัดเวลาออนเซ็น: นี่คือการเพิ่มจำนวนสถานที่ แต่ลดคุณค่าที่ทำให้เบปปุแตกต่าง

FAQ|คำถามที่มีผลต่อการตัดสินใจจริง

Beppu Jigoku ต้องใช้สองวันไหม?

ไม่จำเป็น ถ้าเป้าหมายคือดูครบ 7 แห่งอย่างเดียวสามารถจัดในวันเดียวได้เมื่อเริ่มเช้าและการเดินทางลงตัว แต่สองวันเหมาะกว่าถ้าคุณมาถึงบ่าย มีเด็ก/ผู้สูงอายุ อยากแช่ออนเซ็นจริง หรือไม่อยากให้ทั้งวันเป็นการเดินและรอรถ

ถ้ามีเวลาแค่ครึ่งวัน ควรไปกี่แห่ง?

เลือก 3–4 แห่งดีกว่าบังคับครบ 7 ถ้าไม่อยากย้ายโซน ให้เน้นคันนาวะ เช่น Umi + Oniishibozu + Kamado + Shiraike; ถ้าต้องการภาพที่ต่างกันมากและยอมรับเวลาเดินทาง ให้ Umi + Chinoike + Tatsumaki เป็นชุดหลัก

ตั๋วรวมใช้ข้ามวันได้ไหม?

ได้ ตามเงื่อนไขทางการปัจจุบันตั๋วรวมมีอายุวันที่ซื้อและวันถัดไป โดยแต่ละ Jigoku เข้าได้หนึ่งครั้ง นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ไม่ต้องรีบใช้ให้ครบใน Day 1

พักเบปปุหรือคันนาวะดีกว่า?

พักใกล้ Beppu Station ถ้ามีกระเป๋าใหญ่ มาถึงค่ำ หรือมี JR เช้าวันถัดไป; พักคันนาวะถ้าคุณจะใช้ช่วงเย็นกับเมืองไอน้ำ เรียวกัง อาหาร และออนเซ็นจริง ๆ คำตอบขึ้นกับคืนและเช้าวันถัดไป ไม่ใช่ระยะทางถึง Jigoku เพียงอย่างเดียว

สรุป: สองวันมีค่าเพราะคุณไม่ต้องพิสูจน์ว่าดูครบเจ็ดแห่งในวันเดียว

โครงสร้างที่เสถียรที่สุดคือ Day 1 คันนาวะ → ออนเซ็น/อาหารเย็น → Day 2 Chinoike + Tatsumaki แล้วเดินทางต่อ แต่ให้ตัดจำนวน Jigoku ตามเวลาและความสนใจจริง ถ้าจะเข้าอย่างน้อย 5 แห่ง ตั๋วรวม ¥2,400 เริ่มมีเหตุผลและยังใช้ข้ามวันได้; ถ้าเลือกเพียง 3–4 แห่ง ตั๋วเดี่ยวทำให้คุณมีอิสระมากกว่า ส่วนที่พักให้ตัดสินจากกระเป๋าและ connection เช้าวันถัดไป: สถานีเบปปุลด friction, คันนาวะเพิ่ม immersion ไม่มีตัวเลือกไหนชนะทุกคน

อ่านต่อ

แหล่งข้อมูลทางการที่ใช้ตรวจสอบ

วางแผนต่อได้จากคู่มือเหล่านี้: ฟุกุโอกะ ดิจิทัลโนแมด|การทำงานระยะไกล ค่าครองชีพ และพื้นที่ร่วม · งานใหญ่ที่นาฮะ โออิชิ 2026|วันที่ 10/11 เป็นวันอาทิตย์: พิธีชูธงเวลา 11:30 น. และพิธีดึงเชือกใหญ่เวลา 14:30 น. จัดตารางอย่างไร · พักซัปโปโร 5–7 คืน ควรอยู่โรงแรมเดียวไหม? เลือกจากงานบ้าน, JR และพื้นที่ห้องเรือข้ามคืนจากโอซาก้าสู่เบปปุ|MOL Sunflower ห้องพัก กระเป๋าเดินทาง และการเดินทาง

วางแผนต่อได้จากคู่มือเหล่านี้: พักกลุ่มเพื่อน 4–6 คนที่โอซาก้า ยังไงดี? เตียงนอน, ห้องอาบน้ำ และพื้นที่ส่วนตัวคือขอบเขต · พักที่ไหนในฮิโรชิมา? เปรียบเทียบที่พักสถานีฮิโรชิมา กับ สวนสันติภาพยูฟุอิน + เบปปุ 3 วัน 2 คืน|ควรนอนเมืองละคืนหรือใช้ฐานเดียว?

วางแผนต่อได้จากคู่มือเหล่านี้: ปราสาทเนจโจ้ หมายเลข 5 ใน 100 ปราสาทญี่ปุ่น: ไม่มีหอคอยหลัก และพิพิธภัณฑ์ก็ปิดให้บริการในปี 2026 ยังคุ้มค่าที่จะนั่งรถไฟจากสถานีฮาโอะโตะไปเยี่ยมชมไหม? · พาผู้สูงอายุเที่ยวเกียวโต พักสถานีเกียวโตหรือชิโจ–คาวารามาจิ? เลือกจากแรงที่ต้องใช้จริงทริปวันเดียวชมใบไม้เปลี่ยนสีที่อาราชิยามะ|เช้า รถไฟเล็ก วัดและกลยุทธ์ออกจากพื้นที่

อ่านเพิ่มเติม

↑ กลับขึ้นด้านบน