เที่ยวฟุกุโอกะ 3 วัน 2 คืนครั้งแรก|จัดอย่างไรไม่ให้แน่นเกินไป และวันสุดท้ายควรไปดาไซฟุหรืออิโตชิมะ?

แผนฟุกุโอกะ 3 วัน 2 คืนสำหรับทริปแรก แยกตามเวลาถึงและเวลาบินกลับ เลือกฐานฮากาตะหรือเทนจิน พร้อมตารางตัดสินใจวันที่ 3 ระหว่างดาไซฟุ อิโตชิมะ และเที่ยวในเมือง

Fukuoka three-day itinerary route through Hakata, Tenjin and a Dazaifu or Itoshima day trip

ถ้าไปฟุกุโอกะครั้งแรกเพียง 3 วัน 2 คืน ผมไม่แนะนำให้พยายามยัดทั้งยูฟุอิน เบปปุ ดาไซฟุ และอิโตชิมะลงในทริปเดียว เวอร์ชันที่พลาดยากกว่าคือ เลือกฐานเดียวที่ฮากาตะหรือเทนจิน + ใช้วันกลางหนึ่งวันเต็มในเมือง + ให้วันสุดท้ายเป็น “วันยืดหยุ่น” ซึ่งค่อยตัดสินใจว่าจะไปดาไซฟุ อิโตชิมะ หรืออยู่ในเมืองตามเวลาบินและสภาพอากาศ

จุดที่ทำให้แผน 3 วัน 2 คืนพังบ่อยไม่ใช่ระยะทางในฟุกุโอกะ แต่คือการคิดว่า “3 วัน” เท่ากับ “3 วันเต็ม” สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ คุณยังต้องผ่านตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋า และจาก International Terminal ต้องขึ้นรถรับส่งฟรีไป Domestic Terminal/สถานีรถไฟใต้ดิน ซึ่งทางสนามบินระบุว่าใช้เวลาประมาณ 10 นาที และอาจนานกว่านั้นเมื่อการจราจรหนาแน่น หลังจากถึงสถานี Fukuoka Airport แล้ว รถไฟใต้ดินใช้เพียงประมาณ 5 นาทีถึงฮากาตะ และ 11 นาทีถึงเทนจิน ดังนั้นสนามบินอยู่ใกล้เมืองจริง แต่ เวลาใช้งานของ Day 1 ยังขึ้นอยู่กับเวลาที่คุณออกจากอาคารผู้โดยสารได้จริง

เริ่มจากนับ “ช่วงเวลาที่ใช้ได้จริง” ไม่ใช่นับแค่จำนวนคืน

↔ เลื่อนตารางไปทางซ้ายหรือขวาได้

เวลาถึง / เวลากลับ

จำนวนช่วงเที่ยวที่ใช้ได้จริง

รูปแบบที่ผมแนะนำ

ถึงก่อนเที่ยง + กลับหลัง 18:00

ประมาณ 5 ช่วง

Day 1 ฮากาตะ–กิออน–นากาสุ / Day 2 เมืองฝั่งตะวันตก / Day 3 ดาไซฟุหรืออิโตชิมะ

ถึง 15:00–18:00 + กลับหลัง 18:00

ประมาณ 4 ช่วง

Day 1 แค่ย่านใกล้โรงแรม / Day 2 เมืองเต็มวัน / Day 3 ดาไซฟุหรืออยู่ในเมือง

ถึงหลัง 19:00 + กลับช่วงบ่าย

ประมาณ 2.5–3 ช่วง

ตัดอิโตชิมะออกก่อน ให้ Day 2 เป็นวันหลัก และ Day 3 เป็นครึ่งวันในเมือง

ถึงดึก + ไฟลท์เช้า

แทบมีเพียง 1 วันเต็ม

อย่าเรียกทริปนี้ว่า “เที่ยว 3 วันเต็ม” และอย่าเพิ่ม day trip นอกเมือง

ValueNavi rule: หนึ่ง “ช่วง” คือครึ่งวันที่มีเวลาใช้จริงประมาณ 3–5 ชั่วโมง ไม่รวมการบิน เช็กอิน เช็กเอาต์ และการลากกระเป๋า โมเดลนี้ไม่ใช่เวลาทางการ แต่เป็นกรอบวางแผนเพื่อป้องกันการนับวันเกินจริง ถ้าแผนของคุณมีน้อยกว่า 4 ช่วง ผมจะไม่ใส่ทั้งดาไซฟุและอิโตชิมะพร้อมกัน

พักฮากาตะหรือเทนจิน? ในทริป 2 คืน อย่าเปลี่ยนโรงแรมกลางทาง

ถ้าต้องเลือกฐานเดียว ให้ดูว่า “ช่วงเวลาที่มีแรงน้อยที่สุด” ของทริปอยู่ตรงไหน ถ้ามาถึงค่ำ มีกระเป๋าใหญ่ หรือวันถัดไปต้องต่อ JR/Shinkansen ผมเอนเอียงไปทาง ฮากาตะ เพราะลดความซับซ้อนในวันเข้า–ออกเมือง ถ้าเน้นช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และอยากเดินกลับโรงแรมหลังมื้อค่ำ ผมเอนเอียงไปทาง เทนจิน

↔ เลื่อนตารางไปทางซ้ายหรือขวาได้

เงื่อนไข

ฮากาตะ

เทนจิน

มาถึงค่ำ / กระเป๋าใหญ่

ได้เปรียบ

ยังสะดวก แต่มี last-mile เพิ่ม

ต่อ JR ไปเมืองอื่น

ได้เปรียบชัด

ต้องย้อนเข้าฮากาตะ

ช้อปปิ้งและอาหารค่ำ

ดี

ได้เปรียบ

ทริปเพียง 2 คืน

เลือกฐานเดียว การย้ายโรงแรมแทบไม่สร้างเวลาเที่ยวเพิ่มพอชดเชยเช็กเอาต์–ลากกระเป๋า–เช็กอินใหม่

ถ้ายังลังเล ให้ใช้บทความ พักฟุกุโอกะ: ฮากาตะหรือเทนจิน เป็นตัวตัดสินฐาน แล้วค่อยกลับมาจัดลำดับ 3 วันนี้

เทียบที่พักในฟุกุโอกะตามวันเดินทางจริง

บริเวณสถานีฮากาตะ เหมาะเป็นฐานสำหรับทริปฟุกุโอกะ 3 วัน 2 คืนที่ต้องต่อ JR หรือมีกระเป๋าใหญ่

Day 1: อย่าจองกิจกรรมที่มีเวลาเข้าตายตัวก่อนรู้ว่าออกจากสนามบินกี่โมง

ถ้าถึงก่อนบ่าย ผมจะใช้แนว ฮากาตะ → กิออน → คูชิดะ → คาวาบาตะ → นากาสุ เพราะเส้นทางต่อเนื่องและตัดจุดออกได้ง่าย ถ้าถึงช่วงเย็น ให้เหลือเพียงกิออน/คูชิดะหนึ่งจุดแล้วไปกินข้าว ถ้าถึงค่ำ ให้เช็กอินและกินใกล้โรงแรมเลย

นี่คือ failure mode ที่ควรหลีกเลี่ยง: เครื่องลง 17:30 แล้วจอง Fukuoka Tower 19:00 หรือร้านที่ต้องมาถึงตรงเวลา คุณอาจไม่ได้เสียเวลาเพราะรถไฟใต้ดิน แต่เสียที่ immigration + baggage + terminal shuttle + เช็กอินต่างหาก วันแรกควรใช้กับกิจกรรมที่ “พลาดแล้วไม่เสียเงิน” มากกว่ากิจกรรมที่มี fixed slot

ยatai ก็ใช้หลักเดียวกัน ร้านริมทางเป็นตัวเลือกมื้อค่ำ ไม่ใช่ภารกิจที่ต้องทำให้ครบ ถ้าอากาศไม่ดีหรือคิวยาว ให้เปลี่ยนเป็นร้านในร่มโดยไม่ต้องรู้สึกว่าแผนพัง ดูพื้นที่และรูปแบบได้ใน คู่มือ yatai ฟุกุโอกะ

ยatai ริมแม่น้ำในฟุกุโอกะ เป็นกิจกรรมยามค่ำที่ควรวางแบบยืดหยุ่นในคืนแรก

Day 2: ใช้เป็นวัน “เมืองเต็มวัน” แล้วเรียงจากตะวันตกกลับเข้าเทนจิน

สำหรับวันกลางที่ไม่ต้องแตะกระเป๋า ผมจะวาง สวนโอโฮริ → พิพิธภัณฑ์/ย่านโมโมจิ → Fukuoka Tower → เทนจิน ไม่ใช่เพราะทุกคนต้องไปครบ แต่เพราะเส้นทางมีทิศทางเดียวและกลับเข้าศูนย์กลางเมืองตอนเย็นได้ง่าย

Fukuoka Tower เปิด 9:30–22:00 และรับเข้าครั้งสุดท้าย 21:30 (เวลาอาจปิดรับเร็วขึ้นเมื่อคนหนาแน่น) ค่าเข้าผู้ใหญ่ปัจจุบัน ¥1,000 หรือประมาณ ฿206 ตามอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ถ้าฟ้าปิดมาก ลมแรง หรือทุกคนหมดแรง การตัดหอคอยออกแล้วกลับเทนจินเป็นการลดภาระที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่ “เสียเที่ยว”

↔ เลื่อนตารางไปทางซ้ายหรือขวาได้

สภาพ Day 2 ตอนบ่าย

ทำอย่างไร

เหตุผล

ฟ้าใส

ไป Momochi + Fukuoka Tower

ได้มูลค่าจากวิวจริง

ฝนเบา

เก็บพิพิธภัณฑ์ แล้วค่อยตัดสินใจหอคอย

ไม่ต้องล็อกตัวเองกับจุดชมวิว

ฝนหนัก / ลมแรง

กลับ Tenjin Underground Mall / Hakata / พิพิธภัณฑ์ในเมือง

ลด outdoor transfer

เด็กหรือผู้สูงอายุเริ่มเหนื่อย

ตัด Momochi หรือ Tower ออกหนึ่งอย่าง

รักษามื้อค่ำและช่วงเย็นไว้

ถ้าพยากรณ์อากาศแย่ทั้งวัน ใช้ แผนฟุกุโอกะวันฝนตก แทนตั้งแต่เช้า จะดีกว่าพยายาม “กู้” เส้นทางกลางแจ้งทุกจุดทีละแห่ง

Day 3 คือวันที่คำตอบควรเปลี่ยนตามไฟลท์: ดาไซฟุ, อิโตชิมะ หรืออยู่ในเมือง?

ผมไม่แนะนำให้ตัดสิน Day 3 ตอนจองตั๋วเครื่องบินทันที ให้ล็อกแค่โครงไว้ก่อน แล้วตัดสินจริงจาก 4 อย่าง: เวลาบินกลับ, สภาพอากาศ, มีรถหรือไม่, และความเหนื่อยสะสม

↔ เลื่อนตารางไปทางซ้ายหรือขวาได้

ตัวเลือก Day 3

Route Fit

Weather Risk

Departure-day Fit

ValueNavi verdict

ดาไซฟุ

9/10

6/10

8/10

ค่าเริ่มต้นสำหรับทริปแรกที่ไม่มีรถ

อิโตชิมะ

5/10 ไม่มีรถ / 8/10 มีรถ

4/10

5/10

เลือกเมื่ออากาศดีและมีเวลามากพอ

เที่ยวในเมืองแบบช้า ๆ

10/10

9/10

10/10

ดีที่สุดสำหรับไฟลท์บ่าย/ครอบครัว/วันฝนตก

คะแนนข้างต้นเป็น ValueNavi editorial score ไม่ใช่คะแนนทางการ โดย Route Fit = ความง่ายในการต่อจากฐานฟุกุโอกะ, Weather Risk = ความทนต่อสภาพอากาศ, Departure-day Fit = ความง่ายในการคุมเวลาไม่ให้กระทบเที่ยวบิน

เลือกดาไซฟุ ถ้าอยากได้ day trip ที่คุมเวลาได้ง่าย

ดาไซฟุเหมาะกับทริปแรกที่ไม่มีรถ เพราะคุณไม่ต้องกระจายตัวไปตามชายฝั่งหลายจุด ศาลเจ้าดาไซฟุเทนมังกูเปิดตั้งแต่ 6:00 หลังวันวสันตวิษุวัต หรือ 6:30 หลังวันศารทวิษุวัต และปิดต่างกันตามฤดู: 4–5 และ 9–11 ปิด 19:00, 6–8 ปิด 19:30, 12–3 ปิด 18:30

ถ้าเพิ่ม Kyushu National Museum ให้ถือว่าครึ่งวันของดาไซฟุ “เต็มแล้ว” พิพิธภัณฑ์เปิด 9:30–17:00 เข้าครั้งสุดท้าย 16:30 และปกติปิดวันจันทร์ (ถ้าจันทร์เป็นวันหยุดจะเลื่อนไปวันถัดไป) ช่วงมีนิทรรศการพิเศษ วันเสาร์อาจเปิดถึง 19:00 การพยายามใส่พิพิธภัณฑ์ + ศาลเจ้า + อิโตชิมะในวันเดียวทำให้ทริป 3 วัน 2 คืนเสียสมดุลอย่างชัดเจน

ถ้าอยากจัดช่วงกินและคาเฟ่ให้ต่อเนื่อง ดู คู่มืออาหารและคาเฟ่ดาไซฟุ

เลือกอิโตชิมะ เมื่อ “วิวทะเล” เป็นเหตุผลของวันนั้นจริง ๆ

อิโตชิมะควรเป็นวันที่อากาศช่วยคุณ ไม่ใช่วันที่คุณพยายามเอาชนะอากาศ ถ้าไม่มีรถ ให้ลดจำนวนจุดอย่างจริงจัง—เลือกชายฝั่งหนึ่งโซนหรือหนึ่งกิจกรรม เพราะรถบัสในพื้นที่ไม่ได้ออกแบบเป็น loop สำหรับเก็บทุกจุดท่องเที่ยว ถ้ามีรถ คุณจะได้ Route Fit สูงขึ้นมาก แต่วันบินกลับยังต้องเผื่อคืนรถ เติมน้ำมัน และความเสี่ยงการจราจร

ถ้าทริปนี้เน้น Itoshima มากจนอยากดูพระอาทิตย์ตกและเช้าริมทะเล การนอนหนึ่งคืนอาจสมเหตุสมผลกว่า day trip; ใช้ Itoshima ไปเช้าเย็นกลับหรือพักค้างคืน เป็นตัวตัดสินแทนการบังคับให้ทุกอย่างอยู่ใน Day 3

อยู่ในเมือง ถ้าวันกลับมีเวลาไม่พอสำหรับความไม่แน่นอน

สำหรับไฟลท์บ่าย ครอบครัว ผู้สูงอายุ ฝนตกหนัก หรือทริปช้อปปิ้งที่กระเป๋าเริ่มเต็ม ผมจะเลือกวันเมืองแบบช้า ๆ: ฝากกระเป๋าที่โรงแรม, ไป Tenjin/Hakata/Canal City/คาเฟ่ แล้วกลับเอากระเป๋าก่อนสนามบิน นี่ไม่ใช่แผนสำรองชั้นสอง แต่เป็นแผนที่ลดโอกาสพลาดไฟลท์ได้ดีที่สุด

บัตรรถไฟใต้ดิน: ¥640 คุ้มไหม? อย่าเพิ่มเที่ยวเพียงเพื่อ “คืนทุน”

Fukuoka City Subway 1-Day Pass ปัจจุบันราคา ¥640 สำหรับผู้ใหญ่ (ประมาณ ฿132) และ ¥320 สำหรับเด็ก (ประมาณ ฿66) ใช้ได้เฉพาะรถไฟใต้ดินสามสาย ไม่ครอบคลุม Nishitetsu ไปดาไซฟุ, รถบัสอิโตชิมะ หรือ JR นอกระบบ

จุดที่หลายบทความยังไม่อัปเดตคือ การแตะบัตรเครดิต/เดบิตที่รองรับบนรถไฟใต้ดินมี daily cap ¥640 เช่นกัน หากใช้บัตรหมายเลขเดียวกันและสื่อเดียวกันตลอดวัน ดังนั้นคนที่มี contactless ที่รองรับไม่จำเป็นต้องซื้อ 1-Day Pass ล่วงหน้าเพียงเพื่อจำกัดค่าโดยสาร คุณอาจยังเลือก Pass เพราะสิทธิพิเศษของสถานที่บางแห่งหรือความสะดวกในการแยกค่าใช้จ่าย แต่ไม่ควรเพิ่มเที่ยวรถไฟใต้ดินเพื่อให้ “คุ้ม Pass”

รายละเอียดการเทียบกับ IC card, Nishitetsu และ JR ดูที่ Fukuoka transport pass แบบไหนคุ้ม

สิ่งที่ควรตัดก่อน เมื่อแผนเริ่มแน่นเกินไป

↔ เลื่อนตารางไปทางซ้ายหรือขวาได้

อาการ

ตัดอะไรก่อน

อย่าตัดอะไร

Day 1 ถึงช้ากว่าคาด

จุดชมวิว / ร้านที่อยู่ไกล

เวลาเช็กอินและมื้อเย็น

Day 2 ฝนหนัก

Momochi / จุดวิวกลางแจ้ง

ช่วงพักและเส้นทางในร่ม

Day 3 ไฟลท์บ่าย

Itoshima หรือ day trip เต็มวัน

buffer กลับสนามบิน

ทุกคนเริ่มเหนื่อย

“อีกหนึ่งแลนด์มาร์ก”

มื้ออาหารและช่วงค่ำที่ตั้งใจไว้

หลักที่ผมใช้คือ ตัดสถานที่ที่ทำหน้าที่ซ้ำก่อนตัดช่วงพัก จุดชมวิวสองแห่งไม่ได้เพิ่มคุณค่าเท่าการมีเวลามื้อเย็นโดยไม่ต้องวิ่ง

แล้ว Yufuin / Beppu ควรใส่ใน 3 วัน 2 คืนไหม?

โดยค่าเริ่มต้น ไม่ควร ถ้าจุดประสงค์คือแค่ไปถ่ายรูปแล้วกลับฟุกุโอกะ คุณกำลังใช้เวลาขนส่งจำนวนมากเพื่อเพิ่มชื่อเมือง ไม่ได้เพิ่มประสบการณ์ที่แตกต่างพอ แต่ถ้าคุณต้องการ ryokan, onsen, อาหารเย็นและเช้าในที่พัก นั่นคือเหตุผลที่ควร “เปลี่ยนโครงทริป” ให้เป็น Fukuoka + Yufuin/Beppu แทน ไม่ใช่ยัดเข้า Day 3 ของแผนเดิม

ถ้ามี 5–7 วัน ค่อยดู แผนคิวชู 5–7 วัน ซึ่งเหมาะกับการให้คืนพักนอกฟุกุโอกะมีหน้าที่ชัดกว่า

ValueNavi Trip-Fit Score: แผน 3 วัน 2 คืนนี้เหมาะกับคุณแค่ไหน?

↔ เลื่อนตารางไปทางซ้ายหรือขวาได้

ตัวแปร

คะแนน

เหตุผล

Time efficiency

9/10

ฟุกุโอกะเป็นเมืองกะทัดรัด สนามบิน–ฮากาตะ 5 นาที / สนามบิน–เทนจิน 11 นาทีเมื่อขึ้นรถไฟใต้ดินแล้ว

Transfer friction

8/10

ต่ำในเมือง แต่เที่ยวบินระหว่างประเทศยังมี terminal shuttle ก่อนถึง subway

Weather resilience

8/10

Day 2 และ Day 3 มีตัวเลือกในร่มเปลี่ยนได้ง่าย

First-trip decision clarity

9/10

แบ่งเมืองหนึ่งวันเต็ม + วันยืดหยุ่น ทำให้รู้ว่าอะไรควรตัดเมื่อเวลาหาย

เหมาะกับการเก็บหลายจังหวัด

4/10

ถ้าต้องการ Yufuin, Beppu, Aso พร้อมกัน ควรเพิ่มวันแทนการบีบแผน

ValueNavi Score เป็นกรอบ editorial เพื่อช่วยเปรียบเทียบต้นทุนเวลา ความเสี่ยง และความเข้ากับเส้นทาง ไม่ใช่คะแนนจากหน่วยงานท่องเที่ยว

คำตัดสินสุดท้าย

สำหรับฟุกุโอกะ 3 วัน 2 คืนครั้งแรก ผมจะวาง Day 1 เป็นวันยืดหยุ่นตามเวลาถึง, Day 2 เป็นวันเมืองเต็ม, และ Day 3 เป็นตัวเลือกตามความเสี่ยง ถ้าไม่มีรถและเป็นทริปแรก ดาไซฟุคือ default ที่สมดุลที่สุด ถ้าอากาศดี มีรถ หรือเป้าหมายคือทะเล ให้เปลี่ยนเป็นอิโตชิมะ ถ้าไฟลท์กลับเร็ว ฝนตก หรือเดินทางกับครอบครัว ให้เก็บ Day 3 ไว้ในเมือง

เงื่อนไขที่ทำให้คำแนะนำนี้เปลี่ยนคือ ถ้าคุณมีเวลาใช้งานจริงเกือบ 3 วันเต็มและตั้งใจให้ชายฝั่งหรือออนเซ็นเป็นจุดหลักตั้งแต่แรก ในกรณีนั้นอย่าพยายามรักษา “ทริปเมืองฟุกุโอกะ 3 วัน” ไว้ ให้เปลี่ยนเป็นทริป Fukuoka + Itoshima หรือ Fukuoka + Yufuin/Beppu อย่างตรงไปตรงมา จะได้ไม่ต้องจ่ายต้นทุนการเดินทางโดยไม่ได้รับคุณค่าของการพักค้างคืน

แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ

ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 26 สิงหาคม 2026 ราคา THB เป็นค่าประมาณจากอัตราแลกเปลี่ยนในวันตรวจสอบและอาจเปลี่ยนได้ ควรเช็กเวลาทำการ ตารางรถ และเงื่อนไขจริงอีกครั้งก่อนเดินทาง

วางแผนต่อได้จากคู่มือเหล่านี้: ปราสาทโมริโอกะ (Morioka Castle) อันดับ 6 ใน 100 ปราสาทญี่ปุ่น: ซากปราสาทฟรี ไม่มีหอคอยหลัก ค่าธรรมเนียม ¥450 สำหรับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม คุ้มค่าที่จะเข้าไปชมไหม? · ขับรถเที่ยวโอกินาว่ากับเด็กอย่างไรไม่ให้เหนื่อยเกินไป|คาร์ซีต รถเข็น ที่พัก และจังหวะเที่ยว · ดาไซฟุ vs อิโตชิมะ|มีวันเดียวจากฟุกุโอกะ ควรเลือกที่ไหน?เที่ยวฟุกุโอกะกี่วันถึงจะพอ? ไปครั้งแรก 3 วันดีที่สุด วันที่ 4 ต้องมีเหตุผล

วางแผนต่อได้จากคู่มือเหล่านี้: ฟุกุโอกะคุ้มไหมสำหรับทริปญี่ปุ่นครั้งแรก?|ควรเพิ่มเมื่อไร และควรข้ามเมื่อไร · เที่ยวโอกินาว่าครั้งแรก วางแผนยังไง?|เริ่มจากรถเช่า ฐานที่พัก และวันบิน ไม่ใช่ลิสต์สถานที่ไปญี่ปุ่นครั้งแรก 10, 12 หรือ 14 วันดี? เลือกจำนวนวันจากจำนวนฐานพัก ไม่ใช่จำนวนเมือง

วางแผนต่อได้จากคู่มือเหล่านี้: เที่ยวญี่ปุ่น 10 วันครั้งแรก|Tokyo + Kyoto + Osaka ทำได้ แต่ฐานที่สามต้องมีเหตุผล · ทัวร์วันเดียวฟุกุโอกะ–มุนาคาตะคุ้มไหม? เทียบ Munakata Taisha, Izu Honten และ Mojiko กับเที่ยวเองเลือกที่พักในโตเกียวอย่างไรไม่ให้สับสนวุ่นวาย? อย่าเพิ่งเปรียบเทียบราคาสำคัญที่สุด ความตั้งใจในการเดินทางของคุณก็ช่วยคัดกรองตัวเลือกได้แล้ว

อ่านเพิ่มเติม

ภาพที่พักที่เกี่ยวข้องกับ เที่ยวฟุกุโอกะ 3 วัน 2 คืนครั้งแรก|จัดอย่างไรไม่ให้แน่นเกินไป และวันสุดท้ายควรไปดาไซฟุหรืออิโตชิมะ?
↑ กลับขึ้นด้านบน