พักคาวากุจิโกะโซนไหนดี? สถานี ฝั่งเหนือ ฟูจิโยชิดะ หรือ Fuji-Q

เทียบที่พักคาวากุจิโกะ 2026 ระหว่าง Kawaguchiko Station, ฝั่งเหนือ/Oishi Park, Fujiyoshida และ Fuji-Q ตามวิวฟูจิ รถบัส shuttle กระเป๋า และทริป 1–2 คืน

พักคาวากุจิโกะโซนไหนดี? สถานี ฝั่งเหนือ ฟูจิโยชิดะ หรือ Fuji-Q

อัปเดตฤดูใบไม้ร่วง 2026: Fujikawaguchiko Autumn Leaves Festival จัดวันที่ 7–29 พฤศจิกายน 2026 และเปิดไฟตั้งแต่พระอาทิตย์ตกถึง 21:00 วันที่จัดงานไม่ใช่การรับประกันว่าสีใบไม้หรือภูเขาไฟฟูจิจะสวยที่สุดทุกวัน ควรเช็กสภาพจริงใกล้วันเดินทาง

ถ้าไปคาวากุจิโกะครั้งแรก ไม่มีรถ และพักเพียง 1 คืน ผมเลือกบริเวณ Kawaguchiko Station หรือโรงแรมที่มี shuttle ชัดเจนเป็นค่าเริ่มต้น ถ้าจุดหมายหลักคือ “ตื่นมาเห็นฟูจิข้ามทะเลสาบ” และคุณยอมจัดมื้อเย็น/รถรับส่งให้เรียบร้อย ผมยอมจ่ายเพิ่มเพื่อ ฝั่งเหนือของ Lake Kawaguchi ส่วน ฟูจิโยชิดะ (Fujiyoshida) และ Fuji-Q Highland ควรเลือกเมื่อเมือง/สวนสนุกเป็นพระเอก ไม่ใช่ใช้เป็นโรงแรมสำรองแล้วหวังว่าจะได้ประสบการณ์ริมทะเลสาบเหมือนกัน

สิ่งที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือเลือกโรงแรมจากคำว่า “Fuji view” แล้วค่อยคิดเรื่องรถทีหลัง ในพื้นที่นี้ วิว, last bus, hotel shuttle, dinner deadline และกระเป๋า เชื่อมกันโดยตรง ห้องที่สวยมากแต่กลับโรงแรมหลัง 20:00 ไม่ได้ อาจเหมาะน้อยกว่าห้องธรรมดาที่ทำให้คุณใช้เวลาริมทะเลสาบได้จริง

ทะเลสาบคาวากุจิโกะกับภูเขาไฟฟูจิ แสดงเหตุผลที่ตำแหน่งฝั่งทะเลสาบและทิศห้องมีผลต่อประสบการณ์เข้าพัก

คำตอบเร็ว: 4 โซนนี้เหมาะกับใคร

↔ เลื่อนตารางไปทางซ้ายหรือขวาได้

โซนเหมาะที่สุดเมื่อสิ่งที่ต้องยอมรับ
Kawaguchiko Station / ฝั่งใต้ใกล้สถานีครั้งแรก, ไม่มีรถ, 1 คืน, ถึงค่ำ, กระเป๋าใหญ่ห้องจำนวนมากไม่ได้ให้ Fuji + lake view แบบฝั่งเหนือ
ฝั่งเหนือ / Oishi / Maple CorridorFuji view, ถ่ายภาพ, autumn lighting, ryokan 1–2 คืนพึ่ง bus/shuttle/taxi มากกว่า โดยเฉพาะหลังค่ำ
Fujiyoshida / Fujisan Stationเมืองฟูจิโยชิดะ, Chureito, ถนน Honcho, เดินทางต่อ Oshino/Yamanakakoไม่ใช่ฐานริม Lake Kawaguchi และต้องต่อรถไปจุด湖
Fuji-Q Highlandสวนสนุกเป็นกิจกรรมเต็มวัน, ครอบครัว, ต้องการลงรถใกล้ parkไม่ควรจ่ายเพื่อ “ใกล้คาวากุจิโกะ” ถ้าทะเลสาบคือพระเอก

1. Kawaguchiko Station: ซื้อความยืดหยุ่น ไม่ได้ซื้อวิวดีที่สุด

Kawaguchiko Station เป็น hub หลักของรถไฟ Fujikyu Railway, Fuji Excursion, highway bus และรถบัสท่องเที่ยวรอบพื้นที่ ตารางรถไฟที่มีผลตั้งแต่ 14 มีนาคม 2026 ยังมีขบวนกลับ Otsuki ถึงช่วงค่ำ ทำให้บริเวณสถานีเหมาะกับคนที่ต้องการเปลี่ยนแผนตามอากาศหรือออกเช้าในวันถัดไป

ผมเลือกโซนนี้เมื่อ:

  • พักเพียงคืนเดียว

  • มาถึงหลังบ่ายแก่และไม่อยากเสี่ยง shuttle รอบสุดท้าย

  • มี 28–29 นิ้วหลายใบ

  • วันที่สองต้องไป Hakone, Tokyo หรือเมืองอื่นตาม timetable

  • ไม่ได้ยืนยันว่าโรงแรมฝั่งเหนือมี dinner และ shuttle ที่เข้ากับเที่ยวรถของคุณ

ข้อเสียคือวิว: “อยู่คาวากุจิโกะ” ไม่เท่ากับ “เปิดม่านแล้วเห็นฟูจิข้ามทะเลสาบ” ห้องใกล้สถานีอาจเห็นฟูจิจากบางทิศ แต่ composition ที่มี Lake Kawaguchi อยู่ด้านหน้าซึ่งคนจำนวนมากต้องการ มักมาจากฝั่งเหนือมากกว่า ดังนั้นถ้าภาพเช้าในห้องคือเหตุผลหลัก โซนสถานีอาจประหยัด logistics แต่พลาด product ที่คุณตั้งใจซื้อ

2. ฝั่งเหนือ: คุณกำลังจ่ายเพื่อ “หน้าต่างเวลาและมุมมอง” ไม่ใช่แค่ที่อยู่ริมทะเลสาบ

ฝั่งเหนือของ Lake Kawaguchi ตั้งแต่บริเวณ Kawaguchi, Maple Corridor ไปทาง Oishi Park เป็นโซนที่คนถ่ายภาพชอบ เพราะมองข้ามทะเลสาบไปทางภูเขาไฟฟูจิได้จากหลายจุด เมื่ออากาศเปิด การพักค้างคืนมีข้อได้เปรียบที่ day trip ทำได้ยาก: คุณอยู่ตรงนี้ก่อนรถทัวร์จำนวนมากมาถึงและยังอยู่หลังคนส่วนใหญ่กลับ

ช่วงเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี 2026 Maple Corridor เปิดไฟถึง 21:00 แต่ อย่าแปลว่า sightseeing bus หรือ shuttle โรงแรมทุกสายทำงานถึง 21:00 ถ้าจะออกไปดูไฟ ให้รู้ก่อนว่ากลับด้วยการเดิน, taxi หรือบริการของโรงแรม ไม่ควรไปถึงงานแล้วค่อยเปิดแผนที่หารถกลับ

ฝั่งเหนือคุ้มเมื่อ:

  • Fuji + lake view เป็นหนึ่งในไฮไลต์หลักของญี่ปุ่น

  • คุณตั้งใจตื่นเช้าเพื่อดูสภาพฟ้า ไม่ใช่แค่นอนแล้วออก 08:00

  • โรงแรมรวม dinner/onsen ทำให้คืนพักมีคุณค่าแม้เมฆบังฟูจิ

  • ยืนยัน shuttle หรืออยู่ในระยะเดินจริงจากจุดที่คุณจะไป

ถ้าห้องราคาแพงขึ้นมากเพียงเพราะคำว่า “Fuji view” ให้ตรวจ room category ไม่ใช่ชื่อโรงแรม ห้องวิวภูเขา, ห้องวิวทะเลสาบ, ห้องด้านภูเขา และห้อง partial view อาจเป็นสินค้าคนละประเภทในโรงแรมเดียวกัน

Oishi Park อยู่ฝั่งเดียวกับวิวสวย แต่ไม่ใช่เหตุผลให้ทุกคนพักปลายฝั่งตะวันตก

Oishi Park เป็นจุดถ่ายภาพสำคัญ แต่สำหรับคนไม่มีรถ การอยู่ลึกไปทางฝั่งตะวันตกเพิ่ม dependency กับรถบัสและ shuttle หากมีสองคืนและต้องการถ่ายเช้า–เย็น นี่อาจเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่คุ้ม; ถ้ามีคืนเดียวและวันถัดไปต้องออกเช้า คุณกำลังซื้อวิวแลกกับเวลาออกจากพื้นที่

ดังนั้น “ใกล้ Oishi Park” ชนะเมื่อโรงแรม itself เป็น destination หรือคุณขับรถ ไม่ใช่ค่าเริ่มต้นสำหรับผู้เดินทางทุกคน หากต้องไป Oishi Park จาก hub ดู Kawaguchiko Station → Oishi Park เดินทางอย่างไร

ที่พักริม Lake Kawaguchi ควรเลือกจากทิศห้อง การรับส่งและกิจกรรมที่ใช้ได้แม้ฟูจิถูกเมฆบัง

3. Fujiyoshida: เลือกเมื่อ “เมืองฟูจิ” สำคัญกว่าการนอนริมทะเลสาบ

ฟูจิโยชิดะ (Fujiyoshida) มี Fujisan Station บน Fujikyu Railway และเชื่อมกับ Shimoyoshida/Arakurayama Sengen Park, ถนนเมืองเก่า, Oshino และ Yamanakako ได้ตามเส้นทางรถไฟ/รถบัสที่เลือก มันจึงไม่ควรถูกเรียกว่า “คาวากุจิโกะราคาถูกกว่า” อย่างเดียว

ผมเลือก Fujiyoshida เมื่อ:

  • Chureito Pagoda / Arakurayama Sengen Park คือ sunrise/เช้าหลัก

  • อยากถ่ายถนน Honcho กับ Fuji

  • วันถัดไปไป Oshino Hakkai หรือ Yamanakako

  • โรงแรมรอบ Lake Kawaguchi แพงเกิน value ที่คุณจะใช้จริง

ผมไม่เลือกเมื่อคุณจินตนาการว่าตื่นมาเดินริม Lake Kawaguchi เพราะ Fujisan Station ไม่ใช่สถานีทะเลสาบ แม้รถไฟต่อ Kawaguchiko ใช้เวลาไม่นาน คุณก็ยังเพิ่มหนึ่ง transfer ทั้งตอนออกและกลับ

4. Fuji-Q Highland: เลือกจาก park day ไม่ใช่จากแผนที่ที่ดู “อยู่ตรงกลาง”

Fujikyu Highland Station อยู่ก่อน Kawaguchiko หนึ่งช่วงบนสายรถไฟ และ highway bus หลายเที่ยวก็จอด Fuji-Q Highland ถ้าคุณมีสวนสนุกเต็มวัน การนอนใกล้ park ลดการเดินทางเช้าและช่วยให้วันนั้นเริ่มง่ายขึ้นมาก

แต่ถ้า Fuji-Q เป็นเพียง “เผื่อมีเวลา” แล้วจุดหลักคือ Oishi Park, Maple Corridor และ ryokan ฝั่งเหนือ การพักใกล้ park ทำให้ทุกกิจกรรมหลักต้องเดินทางไปกลับ ดังนั้นอย่าเลือกเพราะราคาห้องดูดีกว่าแล้วหวังว่าพื้นที่ทั้งหมดเป็น neighborhood เดียวกัน

รถไม่มี: ให้คะแนน shuttle เป็นส่วนหนึ่งของห้อง ไม่ใช่โบนัสฟรี

โรงแรมริมทะเลสาบหลายแห่งมี shuttle แต่รูปแบบต่างกันมาก: fixed timetable, โทรหลังถึงสถานี, ต้องจองล่วงหน้า, เฉพาะช่วง check-in หรือไม่มีบริการเลย คุณควรอ่าน shuttle เหมือนอ่านเงื่อนไขห้องพัก เพราะมันเปลี่ยนว่าคุณจะใช้เวลาเย็นได้หรือไม่

ตัวอย่าง: โรงแรมฝั่งเหนือที่ห้องแพงกว่า ¥8,000 แต่มี shuttle ที่เข้ากับ Fuji Excursion และ dinner อาจมีต้นทุนรวมต่ำกว่าโรงแรมถูกกว่าที่ต้อง taxi สองเที่ยวและบังคับกลับจาก Maple Corridor เร็ว

ถ้าโรงแรมตอบเรื่อง shuttle ไม่ชัด ให้ถือว่า ไม่มีบริการที่ใช้งานได้ในเวลาของคุณ จนกว่าจะยืนยัน ไม่ควรสร้าง itinerary จากการคาดเดา

กระเป๋าใหญ่: 2026 มี Fujiyama Luggage Delivery แต่ไม่ใช่ทุกโรงแรม

Fujiyama Luggage Delivery ที่เริ่มให้บริการในปี 2026 ช่วยลดปัญหา last mile จาก Kawaguchiko Station ไปที่พักที่เข้าร่วม:

  • Kawaguchiko Station → โรงแรม: รับ 10:00–13:00, ถึงโรงแรมประมาณ 16:00

  • โรงแรม → Kawaguchiko Station: ฝากกับโรงแรมภายใน 10:00, รับที่สถานี 13:30–17:00

  • ราคา: ¥2,000/ชิ้น/เที่ยว

นี่ทำให้ฝั่งเหนือใช้ง่ายขึ้นสำหรับคนไม่มีรถ แต่บริการมีเฉพาะที่พักที่เข้าร่วมและมี cutoff ดังนั้นคนที่มาถึง 15:00 ไม่ควรคิดว่ายังส่ง same-day ได้

ถ้าคาวากุจิโกะอยู่ระหว่าง Tokyo → Hakone → Kyoto/Osaka วิธีที่ดีกว่าอาจเป็นส่งใบใหญ่ไป Kansai ตั้งแต่ Tokyo แล้วถือ overnight bag ดู กลยุทธ์กระเป๋า Kawaguchiko–Hakone

1 คืน: ผมจัดลำดับความสำคัญแบบนี้

↔ เลื่อนตารางไปทางซ้ายหรือขวาได้

สถานการณ์ฐานที่ผมเลือก
ครั้งแรก + ไม่มีรถ + ถึงบ่าย/ค่ำKawaguchiko Station
Fuji view คือ bucket-list + มี dinner/shuttle ชัดฝั่งเหนือ
วันแรก Fuji-Q เต็มวันFuji-Q
Chureito/Fujiyoshida เป็นพระเอกFujiyoshida
วันสองไป Hakone พร้อมกระเป๋าStation / จุดที่ออกสู่ bus ได้ง่าย

ถ้ามีคืนเดียว ผมไม่เปลี่ยนโรงแรมและไม่เลือกโซนที่ต้อง taxi สี่เที่ยวเพียงเพื่อห้องที่ “อาจ” เห็นฟูจิในวันที่ฟ้าเปิด

2 คืน: ฝั่งเหนือเริ่มคุ้มขึ้น เพราะคุณใช้เวลาเช้าและโรงแรมได้จริง

สองคืนทำให้ฝั่งเหนือมี value เพิ่มขึ้นชัด: มีสองเช้า, หนึ่งวันเต็ม, ไม่ต้องรีบ pack หลังคืนแรก และสามารถเลือกกิจกรรมตามเมฆได้มากขึ้น ถ้าวันแรกฟ้าปิด คุณยังมีเช้าวันที่สองโดยไม่ต้องเปลี่ยน booking

แต่ผมยังไม่แนะนำให้ split stay “สถานีคืนแรก + ฝั่งเหนือคืนสอง” โดยอัตโนมัติ เพราะคุณเพิ่ม check-out, luggage handoff และ check-in อีกหนึ่งรอบ Split stay มีเหตุผลเมื่อสองโรงแรมเป็นสอง experience ที่ตั้งใจซื้อจริง ไม่ใช่แค่พยายามเก็บทั้ง convenience และ view โดยไม่ยอมเลือก

หากลังเลเรื่องจำนวนคืน ดู Kawaguchiko 1 คืน vs 2 คืน

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี: “ใกล้ Maple Corridor” มีมูลค่าเฉพาะถ้าคุณใช้ช่วงค่ำจริง

เทศกาลปี 2026 เปิดไฟถึง 21:00 ฝั่งเหนือใกล้ event จึงมีข้อดีที่ชัดเจน: เดินดูไฟแล้วกลับโรงแรมได้โดยไม่ต้องกลับ hub แต่ต้องเช็กระยะเดินจริงและแสงสว่าง/สภาพอากาศ ไม่ใช่ดู “1.2 km” แล้วคิดว่าเดินง่ายทุกคืน

ถ้าคุณตั้งใจดูใบไม้ตอนกลางวันแล้วกลับ Tokyo ก่อนเย็น การจ่าย premium เพื่อโรงแรมใกล้ Maple Corridor แทบไม่ได้ใช้ข้อได้เปรียบหลักของ location นั้น ในกรณีนี้ hotel near station หรือ day trip อาจสมเหตุผลกว่า

ห้อง Fuji view: ใช้ deletion test ก่อนจ่าย premium

ถามตัวเองว่า ถ้าวันนั้นเมฆบังฟูจิ ห้องนี้ยังคุ้มไหม? ถ้าคำตอบคือ “ไม่” และคุณจ่ายเพิ่มสูงมากเพื่อวิวเพียงอย่างเดียว ความเสี่ยงของ booking สูง เพราะโรงแรมรับประกันทิศห้องได้ แต่รับประกันเมฆไม่ได้

ห้อง premium คุ้มขึ้นเมื่อยังมี onsen, dinner, terrace, room size หรือ service ที่คุณต้องการอยู่แล้ว กล่าวอีกแบบคือ Fuji view ควรเป็น upside ของห้องที่ดี ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้ห้องนั้นมีค่า

ครอบครัวและผู้สูงอายุ: ฝั่งเหนือไม่ได้แพ้เสมอ แต่ต้องมี transport design

ถ้าโรงแรมฝั่งเหนือมี shuttle ที่รับคุณจาก Kawaguchiko Station, dinner ในโรงแรม และส่งกลับ station เช้าวันถัดไป มันอาจง่ายกว่าโรงแรมใกล้สถานีที่ต้องออกไปหาอาหาร/รถหลายรอบเสียอีก ในทางกลับกัน หาก shuttle ต้องโทรภาษาญี่ปุ่นเฉพาะช่วงสั้นและห้องอยู่บนทางลาด location สวยจะกลายเป็น friction

จึงควรเทียบเป็น hotel package + transport ไม่ใช่ “สถานีสะดวก / ฝั่งเหนือไม่สะดวก” แบบตายตัว

ล็อบบี้โรงแรมญี่ปุ่นขนาดใหญ่, อธิบายความเสี่ยงในการฝากและรับส่งสัมภาระที่คาวากุจิโกะและเปลี่ยนโรงแรม

ถ้าฝนตกหรือฟูจิไม่ออก: แต่ละฐานเสียมูลค่าไม่เท่ากัน

  • Station: เปลี่ยน bus/train/กิจกรรมได้ง่ายที่สุด

  • North shore: ถ้าโรงแรมมี onsen/dinner ยังมี value; ถ้าจองเพื่อวิวอย่างเดียวเสียหายมากกว่า

  • Fujiyoshida: คาเฟ่/เมืองยังใช้ได้ แต่ Chureito และ street-Fuji photography ลดคุณค่า

  • Fuji-Q: สวนสนุกมี operating conditions ของตัวเอง; ต้องเช็ก attraction status ไม่ใช่คิดว่าฝน = ใช้ได้เหมือนเดิม

นี่เป็นเหตุผลที่ผมให้ Station เป็น default สำหรับทริปหนึ่งคืนครั้งแรก: มันไม่ให้ “ภาพดีที่สุด” แต่ให้ optionality สูงที่สุด

Day 2 ไป Hakone: อย่าพักลึกฝั่งเหนือถ้าคุณยังไม่ได้ล็อก cross-area bus

ถ้า itinerary คือ Tokyo → Kawaguchiko → Hakone ให้ดูขาออกจาก Kawaguchiko Station ผ่าน Gotemba ก่อนเลือกโรงแรม เพราะโรงแรมฝั่งเหนือทำให้คุณต้องกลับเข้า hub ก่อน cross-area transfer หาก shuttle รอบเช้าไม่เข้ากับ bus ที่ต้องการ คุณอาจเสีย connection ทั้งชุด

แผนเต็มอยู่ใน Tokyo → Kawaguchiko → Hakone 3 วัน 2 คืน และ transport architecture อยู่ใน Tokyo–Kawaguchiko–Hakone เดินทางอย่างไร

Decision tree: เลือกโซนใน 7 คำถาม

  1. มีรถไหม? ไม่มี → ให้คะแนน Station/shuttle เพิ่ม

  2. พักกี่คืน? 1 คืน → logistics; 2 คืน → view/location มีน้ำหนักมากขึ้น

  3. Fuji + lake view สำคัญแค่ไหน? สูงมาก → north shore

  4. เที่ยว Fuji-Q เต็มวัน? ใช่ → Fuji-Q area

  5. Chureito/Fujiyoshida เป็นเป้าหมายหลัก? ใช่ → Fujiyoshida

  6. หลัง 20:00 จะกลับโรงแรมอย่างไร? ตอบไม่ได้ → ยังไม่ควรจองโซนไกล

  7. วันถัดไปออกไป Hakone/Tokyo กี่โมง? เช้ามาก → ลด last-mile dependency

บทสรุป: สำหรับครั้งแรก 1 คืน “สถานี” คือ default; ฝั่งเหนือคือ deliberate upgrade

Kawaguchiko Station เหมาะที่สุดเมื่อคุณต้องการลดความเสี่ยงจากรถ กระเป๋า และเวลาออกวันถัดไป ฝั่งเหนือ คุ้มเมื่อ Fuji + lake view, autumn lighting และโรงแรมเป็นส่วนหนึ่งของทริปจริง Fujiyoshida เหมาะกับ Chureito/เมือง/ทางไป Yamanakako และ Fuji-Q เหมาะเมื่อสวนสนุกเป็นกิจกรรมหลัก

อย่าเลือกจาก “โรงแรมไหนคะแนนสูงกว่า” อย่างเดียว ให้ถามว่า หลังพระอาทิตย์ตกคุณกลับยังไง, เช้าวันถัดไปออกยังไง, กระเป๋าอยู่ไหน และถ้าฟูจิไม่ออกโรงแรมยังคุ้มไหม สี่คำถามนี้แยกการจองที่สวยในรูปออกจากการจองที่ทำให้ทริปทำงานจริง

ข้อมูลทางการที่ใช้ตรวจสอบ

  • Fujikawaguchiko Tourism Federation — Autumn Leaves Festival 2026: 7–29 พฤศจิกายน, lighting ถึง 21:00

  • Fujikyu Railway — ตาราง Kawaguchiko Station / Fujisan Station / Fujikyu Highland ที่ใช้ตั้งแต่ 14 มีนาคม 2026

  • Fujiyama Luggage Delivery — Kawaguchiko Station ↔ participating accommodations, ¥2,000/ชิ้นตาม cutoff ปัจจุบัน

อ่านต่อ

วางแผนต่อได้จากคู่มือเหล่านี้: Hotel Mei Fukuoka Tenjin รีวิว|พักฮารุโยชิ ควรแลกความใกล้สถานีกับห้องพิเศษไหม? · พักที่ไหนช่วง Kochi Yosakoi|เลือกจากจุดจบคืน ไม่ใช่แค่ใกล้สถานี · อย่ารีบหาที่ฝากกระเป๋าที่สถานีใหญ่ที่สุดในโตเกียว|ฝากที่โรงแรม ตู้ล็อกเกอร์ เคาน์เตอร์บริการ และจัดส่งจริงจังแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าจะต้องกลับไปเอาหรือไม่โรงแรม JR East Hotel Mets Premier Akihabara ที่พัก|ห้องพัก 17 ตร.ม. พร้อมพื้นที่อาบน้ำในทุกห้อง สถานีอากิฮาบาระเดินเพียง 1 นาที คุ้มค่าหรือไม่?

วางแผนต่อได้จากคู่มือเหล่านี้: โรงแรมเกรท มอร์นิ่ง ฟุกุโอกะ|ห้องหลักสามแบบ ขนาด 27 ตร.ม. คุ้มค่ากับ F-CON หรือไม่ที่ไม่พักใกล้สถานี Hakata? · Nemuro Chashi No.1|กด stamp ที่สถานีไม่พอ: Onnemoto ควรขับรถ เดินจาก Nosappu หรือข้าม?THE BLOSSOM HIBIYA|ทั้งห้องตั้งแต่ชั้น 19 ขึ้นไป คุ้มค่าหรือไม่? สถานีชินบาชิ ใช้เวลา 5 นาที แลกมาด้วยทัศนียภาพหรือทำเล

วางแผนต่อได้จากคู่มือเหล่านี้: รถเช่า Fuji-san อย่ามองแค่ 10 ชั่วโมงเท่านั้น | ออกจากโตเกียว ไปยัง Fuji-san + Hakone คำนวณเวลาท่องเที่ยวที่ใช้งานได้จริงก่อน · จะเลือกที่พักฟูรันโนะอย่างไร? เปรียบเทียบที่พักที่สถานีฟูรันโนะ ชินฟูรันโนะ อาซาฮิคาวะ และซัปโปโรไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วล่วงหน้าที่ Fuji-Q: ซื้อแยกเป็นครอบครัวมักคุ้มค่ากว่าซื้อ Pass ¥7,900 ต่อคนเสมอ

อ่านเพิ่มเติม

↑ กลับขึ้นด้านบน