เที่ยวฮอกไกโด 7 วันโดยไม่ขับรถทำได้ และในฤดูหนาวหลายคนควรทำแบบนั้น—but ต้องออกแบบทริปตาม “transport spine” ไม่ใช่ลบรถเช่าออกจาก road trip เดิม เส้นทางที่เดินทางด้วย JR ได้ดีคือเส้นที่ฐานหลักอยู่บนแนวรถไฟ และสถานที่นอกสถานีมี last-mile ที่ตรวจสอบแล้ว เช่น Sapporo → Otaru day trip → Noboribetsu Onsen → Hakodate
สิ่งที่ทำให้ no-car trip ล้มไม่ใช่ระยะทางระหว่างเมืองหลักเสมอไป แต่คือช่วงสุดท้ายที่แผนที่รถไฟไม่แสดง: JR Noboribetsu Station → ย่านออนเซ็นประมาณ 8 กม., Biei Station → Blue Pond, Furano Station → จุดชนบท, resort → โรงแรม และรถบัสตามฤดูกาลที่มีรอบน้อยกว่ารถไฟหลัก
ValueNavi verdict: ถ้าเป็นครั้งแรกและไม่อยากขับหิมะ ให้เลือก 2–3 ฐานที่อยู่บน JR spine แล้วตรวจ last-mile ก่อนจองโรงแรมทุกครั้ง อย่าเพิ่ม Hakodate เพียงเพราะ “รถไฟไปถึง” หากสุดท้ายคุณต้องย้อนกลับ New Chitose Airport (CTS) ในวันเดียวกัน
เส้นทาง 7 วันที่สมเหตุผล: เมื่อขาออกไม่บังคับกลับ CTS
↔ เลื่อนตารางไปทางซ้ายหรือขวาได้
วัน | ฐาน | การเดินทาง | เหตุผลที่ no-car ทำงาน |
1 | Sapporo | New Chitose Airport → Sapporo | Rapid Airport เร็วที่สุด ~33 นาที |
2 | Sapporo | เที่ยว Sapporo | ระบบรถไฟใต้ดิน/รถราง/บัส ไม่ต้องมีรถ |
3 | Sapporo | Otaru day trip | เพิ่มเมืองโดยไม่เพิ่ม hotel move |
4 | Noboribetsu Onsen | Sapporo → JR Noboribetsu → local bus/transfer | ย้ายฐานเพื่อประสบการณ์ onsen จริง |
5 | Hakodate | Noboribetsu → Hakodate | ไหลลงใต้ ไม่ย้อน Sapporo |
6 | Hakodate | tram/bus ในเมือง | จุดหลักจำนวนมากอยู่บนเครือข่ายขนส่งเมือง |
7 | — | ออกจาก Hakodate / ต่อไป Honshu | ไม่เสียครึ่งวันย้อนขึ้น Sapporo/CTS |
เงื่อนไขสำคัญที่สุดคือวัน 7 ถ้าตั๋วเครื่องบินบังคับให้คุณกลับ New Chitose Airport เส้นทางนี้ต้องถูก stress-test ใหม่ เพราะการเดินทาง Hakodate → โซน Sapporo/สนามบินจะกิน usable hours จำนวนมาก และอาจทำให้การไป Hakodate 2 คืนไม่ได้คุ้มกับ backtrack ที่สร้างขึ้น
No-car ไม่ได้แปลว่า “JR-only” ให้คิดเป็น 3 ชั้น
ValueNavi แบ่งระบบเดินทางเป็น:
Spine: รถไฟ/รถบัสหลักที่เชื่อมเมือง เช่น CTS–Sapporo, Sapporo–Noboribetsu, Noboribetsu–Hakodate
Feeder: รถบัสท้องถิ่น รถราง หรือ shuttle จากสถานีไปย่านเที่ยว
Last-mile: ช่วงที่อาจต้องแท็กซี่ โรงแรมรับส่ง ทัวร์ หรือเดินไกล
ทริป no-car ที่แข็งแรงไม่จำเป็นต้องให้ทุกจุดอยู่ติด JR แต่ต้องรู้ล่วงหน้าว่า layer 2–3 ใช้อะไร ถ้า itinerary มี 4 จุดที่ต้องหวัง “เดี๋ยวไปถึงค่อยหาแท็กซี่” ในฤดูหนาว นั่นไม่ใช่ no-car plan ที่ robust
CTS → Sapporo: ช่วงที่ง่ายที่สุดของทริป
JR Hokkaido ระบุว่า Airport train จาก New Chitose Airport → Sapporo เร็วที่สุดประมาณ 33 นาที และช่วง 09:00–16:00 มี 6 ขบวนต่อชั่วโมงในตารางปัจจุบัน บางขบวนวิ่งต่อ Otaru โดยตรง แต่ไม่ใช่ทุกขบวน
นี่เป็นเหตุผลที่คืนแรกควรเข้า Sapporo ตรง หากเวลาหลัง ตม. และรับกระเป๋ายังเหลือพอ ไม่จำเป็นต้องสร้าง “transit hotel night” ที่ Chitose เพียงเพราะคุณไม่ขับรถ แต่ถ้า flight ลงดึกจนต้องลุ้นรถเที่ยวท้าย ควรเปลี่ยนตรรกะเป็น risk management และดู มาถึง New Chitose ดึกควรพักสนามบิน, Chitose หรือ Sapporo
Sapporo 3 คืน: ทำไม Otaru ควรเป็น day trip ก่อนเป็น hotel base
JR Hokkaido ระบุ CTS → Otaru เร็วที่สุดประมาณ 73 นาที และมีบาง Airport train วิ่งต่อจาก Sapporo ไป Otaru สำหรับคนที่พัก Sapporo อยู่แล้ว Otaru จึงเป็นตัวอย่างของ Low-Move Expansion: เพิ่มอีกเมืองได้โดยไม่ย้ายกระเป๋า

Otaru เพิ่มพื้นที่เที่ยวได้โดยไม่เพิ่ม hotel move จึงเหมาะกับทริป no-car
ควรพัก Otaru เมื่อ “กลางคืน/เช้า” เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่คุณอยากได้จริง เช่น อยากเห็นคลองหลังคนลด, มีโรงแรม/ออนเซ็นที่เป็นจุดหมาย หรือวันถัดไปไป Yoichi/Kutchan แล้วการค้างลด backtrack มิฉะนั้นการเช็กเอาท์ Sapporo → ฝากกระเป๋า → เช็กอิน Otaru → ย้ายอีกวัน มักสร้าง friction มากกว่ามูลค่า
สำหรับฐาน Sapporo ที่ต้องใช้ JR หลายครั้ง อ่าน Sapporo Station vs Susukino ควรพักที่ไหน
Noboribetsu: ตัวอย่างชัดว่า “สถานีถึงแล้ว” ยังไม่ใช่ “ถึงจุดหมาย”
Noboribetsu Tourism Association ระบุว่า Sapporo → JR Noboribetsu ใช้ limited express ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที และ Hakodate → JR Noboribetsu ประมาณ 2 ชั่วโมง 25 นาที แต่ย่าน Noboribetsu Onsen อยู่ห่างจากสถานี JR ประมาณ 8 กม.
ดังนั้นการจองโรงแรมออนเซ็นต้องทำพร้อมการตรวจ feeder: local bus, hotel shuttle หรือ taxi ในวันที่คุณเดินทาง ถ้ารถบัสเที่ยวที่ตรงกับรถไฟของคุณห่างกันมาก “รถไฟ 1:10 ชม.” จะไม่ใช่เวลา door-to-door จริง
ValueNavi Last-mile Rule: ทุกครั้งที่โรงแรมอยู่ห่างสถานีหลักเกินระยะเดินพร้อมกระเป๋าฤดูหนาว ให้ถือว่า booking ยังไม่เสร็จจนกว่าจะรู้วิธีจากสถานี → โรงแรม
พัก Noboribetsu 1 คืนคุ้มเมื่อโรงแรมเองเป็นกิจกรรม
ถ้าจะย้ายโรงแรมทั้งที คืนนั้นควรซื้อประสบการณ์ที่ทำจาก Sapporo ไม่ได้เต็มรูปแบบ เช่น dinner ที่เรียวกัง, แช่ออนเซ็นมากกว่าหนึ่งรอบ, เดิน Jigokudani ช่วงเช้า/เย็น หรือใช้เมืองเป็น stop ที่ช่วยให้คุณไหลต่อ Hakodate
ถ้าแค่ต้องการ “ลองออนเซ็นหนึ่งครั้ง” การเพิ่ม hotel move + feeder + กระเป๋าอาจแพงเกินไป ดู Noboribetsu vs Jozankei เพื่อดูว่า onsen ใกล้ Sapporo ตอบโจทย์กว่าไหม
Hakodate: ไม่ต้องมีรถ—but ต้องมีเหตุผลพอให้ไปไกลขนาดนั้น
Hakodate มี tram เป็นแกนท่องเที่ยวในเมือง เว็บไซต์ทางการระบุว่ารถรางเชื่อม Hakodate Station, Motomachi, Bay Area, Goryokaku และ Yunokawa และรับ IC card เช่น Suica, PASMO, Kitaca เป็นต้น ปัจจุบัน 1-Day Tram Pass ราคา ¥800 สำหรับผู้ใหญ่ และ ¥400 สำหรับเด็ก
นี่ทำให้การพัก Hakodate 2 คืนแบบ no-car ใช้งานง่ายหลังจาก long-distance train สิ่งที่ต้องตัดสินใจจึงไม่ใช่ “เช่ารถไหม” แต่คือ Hakodate มีมูลค่าพอจะใช้ long transfer ในทริป 7 วันหรือไม่
ถ้าไปถึงแล้วมีเพียงเย็นวัน 5 + วัน 6 และเช้าวัน 7 ต้องรีบกลับ CTS การเพิ่ม Hakodate อาจกลายเป็น checkbox แต่ถ้าคุณบินออก Hakodate Airport หรือเดินทางต่อ Honshu เส้นทางจะกลายเป็น linear และมีเหตุผลมากขึ้น
หากเลือกพักใกล้สถานีเพื่อจัดการกระเป๋าง่าย ดู Hakodate Kokusai Hotel เหมาะกับ route แบบนี้ไหม
ถ้าต้องกลับ CTS วันที่ 7 ให้ตัด Hakodate ก่อน ไม่ใช่ตัดเวลาพักทุกเมืองลง
นี่คือจุดที่ itinerary หลายแบบผิด: อยากเก็บ Hakodate ไว้จึงลด Sapporo, Otaru, Noboribetsu ทุกแห่งเหลือครึ่ง ๆ แล้วเพิ่ม long return ในวันสุดท้าย ผลคือมีชื่อเมืองครบแต่ usable time ต่ำ
ทางเลือกที่ robust กว่าถ้าบินเข้า–ออก CTS คือ:
Sapporo 4–5 คืน + Otaru day trip + Jozankei/Noboribetsu ตามความสนใจ
Sapporo + Noboribetsu แล้วกลับ CTS โดยไม่ลง Hakodate
Sapporo + ski resort ถ้าสกีคือเหตุผลหลัก
หลักคือ geographic scope ต้องรับใช้สนามบิน ไม่ใช่บังคับสนามบินให้รับใช้ wish list
Niseko เป็น no-car trip ได้ แต่ควรเป็น itinerary คนละแบบ
Niseko ไม่จำเป็นต้องขับรถเอง หากใช้ ski bus/private transfer/JR + local connection ตามฤดูกาล แต่เมื่อสกีเป็นพระเอก คุณควรให้ resort 2–4 คืนแทนที่จะพยายามสอด Niseko หนึ่งคืนระหว่าง Sapporo และ Hakodate
ที่สำคัญ เดือนสิงหาคม 2026 หน้า access ของ Niseko United ยังแสดงข้อมูล direct bus ฤดูกาล 2025–26 ในบางส่วน ดังนั้นอย่าล็อก 2026–27 connection แบบเวลาชิดจาก timetable ฤดูกาลก่อน ให้ตรวจใหม่เมื่อผู้ให้บริการประกาศรอบล่าสุด
ดู New Chitose Airport → Niseko โดยไม่ขับรถ และ วางทริปสกี Niseko
Furano/Biei ก็ no-car ได้ แต่ last-mile dependency สูงกว่า Sapporo–Otaru
รถไฟไปถึง Furano และ Biei แต่จุดเด่นจำนวนมากกระจายจากสถานี โดยเฉพาะ Biei countryside, Blue Pond, Shirogane และพื้นที่ที่ bus/tour เป็น seasonal เพราะฉะนั้น route no-car แถวนี้ต้องออกแบบจาก timetable ของ feeder ย้อนกลับมาหาโรงแรม ไม่ใช่จองโรงแรมก่อนแล้วค่อยดูว่าพรุ่งนี้จะไป Blue Pond อย่างไร
ถ้า Biei/Furano คือหัวใจของทริป ให้ดู Furano–Biei ไม่ขับรถ vs เช่ารถ และ Furano vs Biei ฤดูหนาวพักที่ไหน
Luggage Friction: สิ่งที่ no-car itinerary ต้องจ่ายแทนค่าน้ำมัน
การไม่ขับรถลดความเครียดเรื่องถนน แต่เพิ่มความสำคัญของกระเป๋า คุณต้องเดินสถานี เปลี่ยนชานชาลา ใช้ locker/ฝากโรงแรม และขึ้น local bus ที่พื้นที่แคบกว่า JR
JR Hokkaido ระบุข้อจำกัดสัมภาระทั่วไปบน Airport train ว่าผลรวมสามด้านต้องไม่เกิน 250 ซม., ความยาวไม่เกิน 2 ม., สูงสุด 2 ชิ้น และแต่ละชิ้นไม่เกิน 30 กก. แต่ “เอาขึ้นได้” ไม่ได้แปลว่า “ลากสะดวก” โดยเฉพาะ 28 นิ้วสองใบต่อคนในวันที่ย้ายโรงแรม
ValueNavi Luggage Rule: ทุก hotel move ต้องสร้าง value มากพอชดเชยการลากกระเป๋า ถ้าเมืองนั้นไป day trip ได้โดยไม่เสียประสบการณ์สำคัญ ให้ day trip มาก่อน
Hokkaido Rail Pass 7 วัน: อย่าซื้อเพราะทริปมี 7 วัน
JR Hokkaido ระบุ Hokkaido Rail Pass แบบ 7 วันปัจจุบันราคา ¥28,000 เมื่อซื้อล่วงหน้า และ ¥29,000 เมื่อซื้อที่สถานี สำหรับผู้ใหญ่ การมี pass ทำให้การจัด reserved seat และ long-distance train สะดวก แต่ “ระยะทริป 7 วัน” ไม่ใช่เหตุผลเชิงเศรษฐศาสตร์ว่าต้องซื้อ 7-day pass
วิธีที่ถูกต้องคือ:
ล็อก route ที่สมเหตุผลก่อน
รวมค่า JR ของ segment ที่จะนั่งจริง
เทียบกับราคาพาส
นับ value ของความยืดหยุ่น/การจองที่นั่งแยกจาก saving
ห้ามเพิ่ม long trip เพื่อทำให้ pass “คุ้ม” เพราะนั่นคือการจ่ายเวลาเที่ยวเพื่อประหยัดค่าโดยสารบนกระดาษ
Weather Resilience: รถไฟไม่ได้ทำให้คุณปลอดจาก winter disruption
no-car ลดความเสี่ยงจากการขับหิมะด้วยตัวเอง แต่ JR, bus และ flight ยังได้รับผลจากหิมะ ลม และเหตุขัดข้องได้ สิ่งที่ควรทำไม่ใช่ใส่ “วันว่าง” แบบไม่มีโครงสร้าง แต่สร้าง Recovery Ladder:
↔ เลื่อนตารางไปทางซ้ายหรือขวาได้
ถ้าเกิดปัญหา | สิ่งที่ตัดก่อน | สิ่งที่ไม่ควรผูกชิด |
JR ล่าช้าใน Sapporo day | Otaru day trip | restaurant non-refundable นอกเมือง |
long-distance train ช้า | กิจกรรมเย็นวันย้ายฐาน | last bus ที่ไม่มีทางเลือก |
local bus seasonal ไม่ตรง | จุด last-mile ลำดับรอง | โรงแรมที่ไม่มี shuttle/taxi plan B |
วันบินขากลับอากาศแย่ | เที่ยวเช้าวันสุดท้าย | อยู่ไกล airport corridor ในคืนก่อน |
ก่อนออกโรงแรมในวันเดินทางไกล ให้เช็กสถานะ JR/รถบัสจริง ไม่ใช่พึ่ง timetable screenshot ที่บันทึกไว้หลายเดือนก่อน
ValueNavi No-car Stress Test: ถ้าตอบ “ไม่” เกิน 2 ข้อ ให้ลดเมือง
ทุกฐานอยู่บน JR/main bus spine หรือมี feeder ชัดเจนหรือไม่?
ทุกโรงแรมที่ไม่ติดสถานีมี last-mile plan ก่อนจองหรือไม่?
มี hotel move ไม่เกิน 2 ครั้งใน 7 วันหรือไม่?
มี day trip อย่างน้อยหนึ่งอันที่ยอมตัดได้หากอากาศไม่ดีหรือไม่?
วันสุดท้ายอยู่บนเส้นทางตรงไปสนามบินหรือจุดออกจากฮอกไกโดหรือไม่?
กระเป๋าของแต่ละคนสามารถจัดการบน local bus/stairs ได้จริงหรือไม่?
พาสรถไฟถูกคำนวณจาก route ไม่ใช่ route ถูกบังคับจากพาสหรือไม่?
ถ้าคุณตอบ “ไม่” 3–4 ข้อ การแก้ไม่ควรเป็น “เพิ่มแท็กซี่ทุกจุด” ทันที—มักควรลดหนึ่งฐานหรือย้ายโรงแรมให้ใกล้ transport spine มากกว่า
3 แบบของทริป 7 วันโดยไม่ขับรถ
แบบ A: เมือง + Otaru + Onsen
Sapporo 4–5 คืน + Otaru day trip + Noboribetsu/Jozankei 1–2 คืน เหมาะถ้าบินเข้า–ออก CTS และไม่อยากมี long backtrack
แบบ B: Linear Southbound

Sapporo 3 คืน + Noboribetsu 1 คืน + Hakodate 2 คืน เหมาะเมื่อขาออกจาก Hakodate หรือเดินทางต่อ Honshu
แบบ C: เมือง + สกี
Sapporo 2–3 คืน + Niseko/Furano ski base 3–4 คืน เหมาะเมื่อสกีสำคัญกว่าการเก็บเมืองทางใต้
ทั้งสามแบบ “ไม่ขับรถ” เหมือนกัน แต่ใช้ transport architecture คนละชุด นี่คือเหตุผลที่ไม่มี itinerary no-car หนึ่งแบบที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
คำถามที่พบบ่อย
ฮอกไกโดไม่ขับรถยากกว่าญี่ปุ่นเมืองใหญ่มากไหม?
ยากขึ้นเมื่อออกจาก transport spine เพราะระยะทางกว้างและ feeder บางพื้นที่รอบน้อย แต่ Sapporo, Otaru, Hakodate และเมืองที่ติด JR หลักสามารถจัดได้ง่ายถ้าลด last-mile dependency
7 วันควรมีฐานกี่แห่ง?
2 ฐานเป็น baseline ที่ง่ายที่สุด; 3 ฐานทำได้เมื่อฐานที่สามสร้างประสบการณ์ชัดและ route เป็นเส้นตรง เช่น Sapporo → Noboribetsu → Hakodate โดยไม่ย้อนกลับ CTS
ควรส่งกระเป๋าระหว่างโรงแรมไหม?
คุ้มในวันที่ long transfer และโรงแรมรับบริการจัดส่ง แต่ต้องเผื่อเวลา delivery และถือกระเป๋าค้างคืนแยก อย่าสมมติว่ากระเป๋าถึงวันเดียวกันทุก route
ต้องซื้อ Rail Pass ไหม?
ไม่อัตโนมัติ 7-day Hokkaido Rail Pass ปัจจุบัน ¥28,000 แบบ pre-purchase / ¥29,000 ที่สถานี ให้รวมค่า segment ที่จะนั่งจริงก่อน
สรุป: No-car Hokkaido สำเร็จเมื่อ “ตัดการต่อ” ไม่ใช่เมื่อ “พิสูจน์ว่ารถไฟไปถึงทุกที่”
ฮอกไกโด 7 วันในฤดูหนาวโดยไม่ขับรถทำได้ดีมาก ถ้าคุณยอมให้ transport spine กำหนดโครงสร้าง: Sapporo เป็นฐาน, Otaru เป็น low-move day trip, Noboribetsu เป็น onsen base ที่มี feeder plan และ Hakodate เป็นปลาย route เมื่อไม่ต้องย้อนกลับ New Chitose Airport
คำถามก่อนเพิ่มเมืองใหม่ไม่ใช่ “มีรถไฟไปไหม?” แต่คือ “หลังลงรถไฟ ฉันยังต้องต่ออะไรอีก และหลังเมืองนี้ฉันกำลังไหลต่อหรือย้อนกลับ?” ตอบสองคำถามนี้ได้ ทริป no-car จะง่ายกว่าการเช่ารถบนหิมะมากสำหรับนักเดินทางจำนวนมาก
อ่านต่อเพื่อประกอบแผน
ฮอกไกโดฤดูหนาว 5, 7 หรือ 10 วัน?
คืนสุดท้ายควรพัก Sapporo หรือ Chitose?
ฮอกไกโด 7 วันเช่ารถเต็มทริปหรือบางช่วง?
Sapporo Station vs Susukino พักที่ไหน?
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ
JR Hokkaido|New Chitose Airport–Sapporo–Otaru: เวลาเดินทาง ความถี่ และข้อมูลสัมภาระ
Noboribetsu International Tourism and Convention Association|Access: เวลา JR และระยะจาก JR Noboribetsu Station ถึงย่านออนเซ็น
Travel Hakodate|Transportation: tram/bus, IC cards และ pass ปัจจุบัน
JR Hokkaido|Hokkaido Rail Pass: ราคาและเงื่อนไขล่าสุดที่ตรวจสอบเดือนสิงหาคม 2026
ตารางรถไฟ รถบัส seasonal service และ shuttle โรงแรมอาจเปลี่ยนตามฤดูกาลและสภาพอากาศ ควรตรวจสอบผู้ให้บริการจริงก่อนวันเดินทาง โดยเฉพาะ connection ที่มีรอบน้อย
ยังไม่ได้ล็อกกิจกรรม?
วาง transport spine และโรงแรมก่อน แล้วค่อยซื้อกิจกรรมตามวันที่จริง เพื่อไม่ให้ booking หนึ่งรายการบังคับให้คุณเพิ่มเมืองหรือ connection ที่เปราะบาง
ดูตัวเลือกกิจกรรมญี่ปุ่นบน Trip.com
ราคา สต็อก ประเภทตั๋ว การเดินทาง และเงื่อนไขการยกเลิกอาจเปลี่ยนตามวันที่ ข้อความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตร
วางแผนต่อได้จากคู่มือเหล่านี้: USJ Halloween 2026 พาเด็กไปได้ไหม?|ตัดสินใจก่อน 18:00 ไม่ใช่รอให้ซอมบี้ออกแล้วค่อยหนี · โรงแรม Mitsui Garden Hotel Jingugaien Tokyo Premier ที่พัก|ระเบียงอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่คุ้มค่ากับการเปลี่ยนที่ตั้งเป็นสถานีสนามกีฬาแห่งชาติไหม · ธันวาคมยังชมใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่นได้ไหม?|โตเกียว เกียวโต นารา หรือคิวชู เลือกอย่างไร。มือถือใช้ eSIM ญี่ปุ่นได้ไหม?|เช็ก 5 จุดก่อนซื้อสำหรับ iPhone, Galaxy และ Pixel
วางแผนต่อได้จากคู่มือเหล่านี้: JR KYUSHU HOTEL Blossom Hakata Chuo|พักใกล้สถานีฮากาตะ 2 นาที ควรอัปเกรดเป็น Superior Twin 25 ตร.ม. ไหม · พลุทะเลสาบบิวะ 2026 ชมฟรีได้ไหม?|ที่นั่งเสียเงิน โซนปิดโอสึ และวิธีกลับเกียวโต。เข้าอาซาฮิคาวะ ออกนิวชิโตเสะคุ้มไหม?|ตัดการย้อนทางของ Biei–Furano ก่อนเลือกตั๋ว Open-jaw
วางแผนต่อได้จากคู่มือเหล่านี้: Suzuka Circuit Park 2026|คุ้มไหมสำหรับครอบครัว? วัดส่วนสูงลูกก่อนเลือกวันและตั๋ว · mipig cafe ฟุกุโอกะ เท็นจิน|คนไทยต้องเช็กกฎ 48 ชั่วโมงก่อนเลือก 25 หรือ 55 นาที。ถ่ายพรีเวดดิ้งฮอกไกโดเลือกเส้นทางไหนดี?|ซัปโปโร–โอตารุ vs ฟุราโนะ–บิเอะ ก่อนเลือกชุดและ 3 โลเคชัน
